Skip to content

กองทุนหุ้นไทยติดลบ-ลุ้นแรงซื้อSSF-RMFโค้งท้ายปี

09 พ.ย. 2566 | 12:13น.
กองทุนหุ้นไทยติดลบ-ลุ้นแรงซื้อSSF-RMFโค้งท้ายปี

กองทุนหุ้นไทยติดลบ บลจ. ลุ้นแรงซื้อ “SSF-RMF” โค้งท้ายปี “เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” คาดบรรยากาศกองทุนรวมปรับตัวดีขึ้นตามแรงซื้อกองทุนเพื่อหักลดหย่อนภาษี ขณะที่ “นายกสมาคม บลจ.” เผยภาพรวม AUM ยังติดลบ 5-6% คาดทั้งปียังอยู่แดนลบตามภาวะหุ้นไทยที่ติดลบหนักกว่า 15% ระบุหุ้นไทยยังน่าสนใจลงทุนผ่านกอง RMF ได้ เผย “บลจ.กรุงไทย” ลุยออกกอง “SSF-RMF” หวังโกยเม็ดเงินโค้งท้ายพันล้านต่อเดือน

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ผลตอบแทนกองทุนหุ้นไทยทุก บลจ. ติดลบกันหมด โดยปีนี้ต้องยอมรับว่ารีเทิร์นหุ้นไทยแย่สุดในโลกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นหลัก ๆ

รวมไปถึงกองทุนในกลุ่มเอเชีย อย่างเช่น กองทุนจีน ที่ผลตอบแทนไม่ดีเช่นเดียวกัน ส่วนกองทุนสหรัฐหลายกองให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ เพราะเน้นลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งมีกำไรเติบโตค่อนข้างดี

ดังนั้น ภาพรวมปีนี้ การลงทุนกองทุนรวมไม่ถึงขนาดแย่มาก เพราะกองทุนต่างประเทศไม่ได้เลวร้าย แต่อย่างไรก็ตาม กำลังจะเข้าสู่ช่วงการซื้อกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อหักลดหย่อนภาษี

ซึ่งจะทำให้บรรยากาศตลาดกองทุนรวมปรับตัวดีขึ้นได้ ประกอบกับตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับลงและค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่า

“คาดว่าน่าจะเห็นแรงซื้อคืนกลับเข้ามายังกอง SSF และ RMF ได้บ้าง โดยช่วงนี้แต่ละบริษัทเริ่มขยันขายกองทุนกันแล้ว เพราะว่าเป็นนาทีทองที่คนน่าจะเริ่มมาสนใจกอง SSF และ RMF กันมากขึ้น”

ประกิต สิริวัฒนเกตุ
ประกิต สิริวัฒนเกตุ

ทั้งนี้ กองทุนหุ้นไทยและกองทุนตราสารหนี้ไทยยังน่าสนใจ เพราะยังมีความหวังกับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในปี 2567 แม้ความหวังนั้นจะมีความเสี่ยงอยู่มากก็ตาม และดอกเบี้ยไทยน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว

รองลงมากองทุนจีนก็ยังน่าสนใจ ส่วนกองทุนสหรัฐยังไม่ใช่จุดที่จะเข้าไปลงทุนได้มาก เพราะด้วยอัตราดอกเบี้ยเฟดยังค้างอยู่ในระดับสูงนาน ผลกระทบต่อบรรดาผลประกอบการและเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังคงมีความเสี่ยงอยู่

นอกจากนี้ กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์และกองทุนทางเลือกอื่น เช่น กองทุนทอง ก็มองว่าน่าสนใจจากความเสี่ยงสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ฉะนั้นถ้าหย่อนลงมาก็น่าเข้าลงทุนได้

นายประกิตกล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จะเข้าพบนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพื่อหารือการพัฒนาตลาดทุนและแนวทางออกกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่นั้น ถ้ามีลักษณะคล้ายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเป็นแนวทางที่จะช่วยกระตุ้นสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยกลับมาได้มาก ซึ่งดูมีลุ้น เพราะเชื่อว่านายกฯจะรับฟัง

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่า นับจากต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน (YTD) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกกองทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการ (AUM) ในภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุน ถือว่ายังติดลบอยู่ประมาณ 5-6%

ซึ่งคาดว่าจนถึงสิ้นปีนี้น่าจะเป็นภาพติดลบ จากในแต่ละปีจะเติบโตอยู่ราว 3-5% เนื่องจากปีนี้ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยติดลบหนักกว่า 15%

“แต่หุ้นไทยยังน่าสนใจสำหรับการลงทุนผ่าน RMF เพราะเวลาผลตอบแทนหุ้นไทยตกหนักส่วนใหญ่จะวิ่งกลับคืน และรอบนี้หุ้นไทยตกลง แต่อยู่บนพื้นฐานที่ไม่ได้แย่ เพราะผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) มีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัย ซึ่งปรับตัวดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว และดีกว่าช่วงปีวิกฤตโควิด

ดังนั้นเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานน่าจะสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยสามารถขึ้นไปต่อได้ ที่ผ่านมาเราอาจจะโดนผลกระทบดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และมีปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ซึ่งจริง ๆ ดูแล้วก็เริ่มเห็นปัจจัยเหล่านั้นมีทิศทางในเชิงบวกมากขึ้น”

สำหรับ บลจ.กรุงไทย ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ก็ได้มีการออกกอง SSF และ RMF มาตอบโจทย์ ซึ่งน่าจะเป็นกองที่น่าสนใจของนักลงทุน โดยเม็ดเงินหรือวอลุ่มที่คาดว่าจะเข้ามาในกองเป็นมูลค่าหลักพันล้านบาทต่อเดือน ซึ่งจะไม่ใช่ลักษณะเงินที่ไหลเข้ามาสิ้นปี หรือวันสุดท้ายของปีอีกแล้ว ตามพฤติกรรมนักลงทุนที่เรียนรู้การลงทุนมากขึ้น

“มองทั้งหุ้นไทยและตราสารหนี้ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจ โดยภายใต้ภาวะตลาดที่ยังผันผวน ตราสารหนี้ก็จะยังให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น”

ด้านแหล่งข่าว FETCO กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าทาง FETCO จะเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง ถึงทิศทางของอุตสาหกรรมตลาดทุนไทย พร้อมทั้งจะมีการเสนอจัดตั้งกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินระยะยาวผ่านตลาดทุนไทย ซึ่งเชื่อว่าภาครัฐจะเห็นประโยชน์เพราะเป็นเรื่องที่ดี

“นายไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะกรรมการ FETCO กล่าวว่า การเข้าไปหารือครั้งนี้ เบื้องต้นมี 2 แนวทาง คือ 1.ขอต่ออายุ SSF แต่จะขอปรับเงื่อนไขใหม่ และ 2.ขอให้พิจารณาจัดตั้งกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่ เพื่อช่วยสร้างเม็ดเงินระยะยาวในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น อาจจะลงทุนที่เกี่ยวข้องกับหุ้นยั่งยืน