แปลงวัสดุเหลือใช้เป็นเงิน “เทิร์นทูอาร์ต” ดีไซน์ช่วยโลก-ชุมชน
บริษัท เทิร์นทูอาร์ต เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ และบริการออกแบบผลิตสินค้าจากเศษวัสดุเหลือใช้ ที่ใคร ๆ อาจเห็นว่าเป็น “ขยะ” แต่สำหรับ “วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์” ผู้บริหาร ศิลปินด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHULADA กลับมองตรงกันข้าม
เพราะ “วิชชุลดา” กล้านำความคิดสร้างสรรค์มาจัดการปัญหาขยะผ่านงานศิลปะ (art installation) และผลิตภัณฑ์ (product design) จากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดปัญหาขยะ ยังช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ชิ้นงานยังมีส่วนสร้างแรงบันดาลใจในวงกว้าง เพื่อให้ผู้คนเห็นคุณค่าของวัสดุเหลือใช้ ทั้งยังกระตุ้นให้ผู้ประกอบการใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาให้กับโลกใบนี้ร่วมกัน

ขณะที่ในแง่การตลาด ธุรกิจนี้ถือว่าตอบโจทย์เทรนด์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความใส่ใจ จนเกิดเป็นโอกาสทางการค้า โดยผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ การเป็นธุรกิจเพื่อสังคมยังสามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งยังเกิดการจ้างงานคนในพื้นที่ และพัฒนาทักษะฝีมือไปพร้อม ๆ กันด้วย
“วิชชุลดา” บอกว่า ความคิดสร้างสรรค์สำคัญมากในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาขยะที่มีมหาศาล เพราะขยะเหล่านี้จะลดลงได้ต้องผ่านการคิดตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งเป็นจิตสำนึกพื้นฐานที่ผู้ประกอบการทุกคนไม่ว่าอาชีพใดควรมี และทำในแบบที่ตัวเองถนัด
“ในกรณีของนักออกแบบ ศิลปิน และสถาปนิก คือกระบวนการออกแบบ สร้างสรรค์ชิ้นงาน ถ้าคำนึงถึงแต่เรื่องความสวยงามแปลกตาอย่างเดียว ขยะก็จะเกิดขึ้นเต็มไปหมด ดังนั้น จึงอยากให้มองว่าคนตัวเล็ก ๆ ทุกคนสามารถช่วยโลกได้ และไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป คุณเป็นใครก็สามารถช่วยโลกได้”

“วิชชุลดา” บอกว่า ในส่วนของ “เทิร์นทูอาร์ต” เราจะเน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ในการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ โดยแบ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต เช่น เศษผ้า, เศษไม้, ผ้าตัวอย่าง, พลาสติกตัวอย่าง, เหล็กตัวอย่าง หรือของเหลือทิ้งต่าง ๆ รวมถึงวัสดุเหลือใช้จากการบริโภค เช่น ฝาขวด, แก้วน้ำ, ขวดพลาสติก, ช้อน, ส้อม ฯลฯ
ปัจจุบันบริษัทสามารถรวบรวมวัสดุเหลือใช้ได้มากกว่า 40 ประเภท นำกลับมาสร้างมูลค่า เช่น นำมาทำเป็นกระเป๋า, เสื้อผ้า, รองเท้า, สินค้าไลฟ์สไตล์, โคมไฟ, เก้าอี้, เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่สำคัญ การผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับชุมชนหลายแห่ง ได้แก่ ชุมชนใน จ.สมุทรสาคร, นครปฐม โดยเน้นเรื่องการเย็บกระเป๋าจากเศษผ้า, การนำกล่องนมมาทำตะกร้า ส่วนบุรีรัมย์และพะเยาจะเน้นการทำพรม และขึ้นชิ้นงานเบาะจากเศษผ้า
“พูดง่าย ๆ ว่า แต่ละชุมชนจะมีความถนัดที่แตกต่างกัน เราไปลงพื้นที่ก็จะถามเขาถนัดอะไร และในพื้นที่มีทรัพยากรอะไรบ้าง บางคนถนัดงานเย็บผ้า เราก็เข้าไปสร้างสรรค์เทคนิคต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด หรือบางคนถนัดเรื่องการทำอะไหล่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ เราก็เข้าไปต่อยอด เพื่อเปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้เป็นดอกไม้ หรืองานขึ้นรูปต่าง ๆ ขณะที่บางคนถนัดเรื่องการเชื่อมต่อโลหะ เราก็เข้าไปต่อยอดเรื่องการเชื่อมโครงสร้างต่าง ๆ”
“วิชชุลดา” ยังบอกอีกว่า จุดมุ่งหมายของการทำงานร่วมกับชุมชน นอกจากจะเป็นการกระจายรายได้ เรายังต้องการให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของชิ้นงานนั้น ๆ ดังนั้น การลงพื้นที่จึงเน้นการมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นกับชุมชนจนตกผลึก ชุมชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตเพียงเท่านั้น แต่เราให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาวัสดุเหลือใช้ภายในชุมชน เพื่อลดปัญหาขยะชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย
“เราจัดหาวัสดุเหลือใช้จากที่ต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกชุมชนด้วยการซื้อ และบางส่วนจะมีผู้นำมาบริจาค ด้วยการตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมขึ้นมาในปี 2564 จนถึงปัจจุบันพบว่าการนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตสินค้าสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 56,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่จำหน่ายจะระบุข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภครู้สึกภูมิใจที่ใช้สินค้ารักษ์โลก”
ขณะที่การทำตลาด ปัจจุบันสินค้าของ WISHULADA มีวางจำหน่ายในร้านแนวผลิตภัณฑ์รักษ์โลกหลายแห่งในศูนย์การค้าในไทย รวมทั้งมาเลเซียและญี่ปุ่น ถือเป็นความสามารถในการขยายกิจการได้อย่างน่าสนใจ นอกเหนือจากความสำเร็จในการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์แล้ว ยังสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนที่บริษัทจ้างงานมา
“วิชชุลดา” บอกว่า เราอยากให้คนหันมาใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ ต่อยอดถึงชุมชนให้ได้ เพราะเบื้องหลังการทำงานไม่ได้มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ไม่ได้เป็นโรงงานอุตสาหกรรม กว่าจะได้กระเป๋าแต่ละใบ มีผู้คนที่เกี่ยวข้องหลายราย ทั้งคนที่ค่อย ๆ ตัด เย็บ ถัก สาน นี่คือมูลค่าที่เกิดขึ้น
“และเราไม่อยากให้มองว่าสินค้าชุมชนต้องมีราคาถูก ต้องต่อราคา แต่อยากให้คนซื้อ ซื้อสินค้าเพราะเป็นงานที่มีคุณภาพ สวยงาม ถูกใจ”
ทั้งหมดนี้คือการทำงานของ “เทิร์นทูอาร์ต” วิสาหกิจเพื่อสังคม ในการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างทั้งคุณค่าและมูลค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน (people) ในการรวมกลุ่มกันทำงานไม่ต้องย้ายถิ่น จนเกิดประโยชน์ต่อโลก (planet) ทั้งจากการหมุนเวียนใช้ซ้ำวัสดุเหลือใช้ ที่สามารถวัดผลลัพธ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างกำไร (profit)
จนที่สุดจะกลายเป็นความยั่งยืนที่มีรายได้กระจายไปสู่ชุมชน