เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
News “ชัชชาติ” ลงพื้นที่คลองประเวศ บึงหนองบอน เร่งตัดน้ำเข้าแก้มลิง
“ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
News “ชัชชาติ” กางแผนรับมือฝนตก-น้ำรอระบายทั่วกรุง เดินเครื่องสูบสู้ตลอดคืน ห่วง 200 จุดเสี่ยง
‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
World ‘มิน อ่อง ไลง์’ เดินเกมดึง ‘สหรัฐฯ’ คืนถิ่น หวังถ่วงดุลจีน-ปลดแซงก์ชั่นเศรษฐกิจ
อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
Politics อนุทิน มอนิเตอร์ฝนหนัก สั่งรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ดูแล ปชช.อย่าให้มีปัญหา
‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
Tech ‘แอปเรียกรถ’ เร่งดึงคนขับเข้าระบบ อัด ‘อินเซนทีฟ’ ชุดใหญ่ ก่อนเดดไลน์ 30 ก.ย. 2569
เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Biz Movement เซ็นทรัลฯ ให้จอดรถฟรี 4 สาขา “อยุธยา-โคราช-ชลบุรี-ศรีราชา” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
Economic บีโอไอ ดึง ‘อินฟินีออน’ ลงทุน 4.8 หมื่นล้าน ดันชิปเมดอินไทยแลนด์
‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
News ‘ษัษฐรัมย์’ เคลียร์วิธีลงคะแนน 7 หมายเลข แทนผู้สมัครโดนตัดสิทธิ์ ปลุกผู้ประกันตนสกัดเสียงจัดตั้ง
Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
Automotive Toyota Gazoo Racing Thailand เปิดสนามช้างฯ ดวลความเร็ว 26-27 กันยายนนี้
‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
Finance ‘ภราดร’ ถกคลังแก้สภาพคล่อง กยศ. เล็งทบทวนเกณฑ์การกู้ใหม่
ดูทั้งหมด

JKN เปิดไทม์ไลน์แผนฟื้นฟู วอนเจ้าหนี้อนุมัติ หวั่นต้องปิดกิจการ

29 พ.ย. 2566 | 17:04น.
JKN เจเคเอ็น

JKN เปิดไทม์ไลน์แผนฟื้นฟูกิจการ วอนเจ้าหนี้อนุมัติโหวตแผน หวั่นต้องปิดกิจการ-หุ้นไม่มีมูลค่า-กระทบพนักงานบริษัท

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) หรือ JKN รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ขอเรียนให้ทราบว่าบริษัทได้จัดประชุมเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง (Public Presentation) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 เวลา 14.15 น.

เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขึ้นเครื่องหมาย C บนหลักทรัพย์ของบริษัทเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2566 กรณียื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 และศาลล้มละลายกลางมีคําสั่งรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 นั้น

บริษัทขอรายงานสรุปสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.ที่มาของปัญหาในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ : ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566 บริษัทได้ออกหุ้นกู้ซึ่งยังไม่ครบกําหนดไถ่ถอนจํานวน 7 ชุด รวม 3,360.20 ล้านบาท

ต่อมาบริษัทจัดการสภาพคล่องไม่เป็นไปตามแผน ทําให้บริษัทผิดนัดชําระหนี้หุ้นกู้รุ่น JKN239A การผ่อนผันการชําระหนี้ รวมถึงการเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงระยะเวลาการชําระหนี้หุ้นกู้ดังกล่าวตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2566 ในวันที่ 27 กันยายน 2566 ถือเป็นเหตุให้ผิดสัญญาหุ้นกู้รุ่นอื่น ๆ ทั้ง 6 รุ่น

นอกจากนี้ ยังถือเป็นเหตุให้เกิดการผิดสัญญาหุ้นกู้แปลงสภาพ และหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินด้วย ในการนี้บริษัทจึงมีความจําเป็นต้องพิจารณาจัดประเภทหนี้สินใหม่ โดยจัดประเภทหนี้สินประเภทหุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ และหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงิน เป็นหนี้สินหมุนเวียนทั้งจํานวน ณ 30 กันยายน 2566 ทําให้หนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนมาก ยิ่งทําให้บริษัทขาดสภาพคล่องจํานวนสูง

2.แนวทางแก้ไขปัญหา : บริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาการเงินมาช่วยทําแผน ด้วยคําแนะนําของกรรมการจาก Morgan Stanley ที่เห็นว่าบริษัทควรจ้างบริษัทที่ปรึกษาการเงินจากภายนอก ที่มีประสบการณ์มาช่วยวางแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566 บริษัทจึงได้แต่งตั้ง บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จํากัด (KPMG) ให้เป็นที่ปรึกษาการเงินของบริษัท KPMG ได้นําเสนอตัวเลือกของการชําระคืนหุ้นกู้แก่ตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งรวมไปถึงการนําเสนอตัวเลือกที่มีระยะเวลาการจ่ายชําระหนี้ที่อาจใช้เวลาถึง 8 ปี ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหาแหล่งเงินทุนใหม่

โดยมีความตั้งใจที่จะนําข้อเสนอแนะของตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้ที่มีต่อแผนการชําระหนี้หุ้นกู้มาสรุปในการประชุมตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้วันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 และในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2566

KPMG ได้สรุปความเห็นของตัวแทนผู้ถือหุ้นกู้และนําเสนอตัวเลือกในการชําระเงินคืนให้แก่บริษัท เพื่อให้คณะผู้บริหารตัดสินใจตามดุลยพินิจในลําดับต่อไป

ทั้งนี้บริษัทได้พยายามหาเงินมาชําระหุ้นกู้ ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2566 บริษัทได้เข้าเจรจากับนักลงทุนจํานวน 3 กลุ่ม เพื่อเพิ่มทุน รวมถึงการขายสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน และหาแนวทางการทําธุรกิจต่าง ๆ โดยในเดือนตุลาคม 2566 ที่ผ่านมาได้มีการเจรจากับนักลงทุนต่าง ๆ กันตลอดทั้งเดือน แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่จะหาเงินทุนมาชําระหุ้นกู้ได้ บริษัทจึงมีความจําเป็นต้องยุติการเจรจาในวันที่ 30 ตุลาคม 2566

3.บริษัทขาดสภาพคล่องที่จะชําระหนี้สิน จึงยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ : แม้ในงบการเงินบริษัทจะมีทรัพย์สินพอควร แต่ทรัพย์สินร้อยละ 67 ของทรัพย์สินทั้งหมดเป็นทรัพย์สินไม่มีตัวตน ซึ่งไม่สามารถแปลงมาเป็นเงินสดเพื่อชําระหนี้ได้ทันเวลา

และในการเจรจากับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้และผู้จัดจําหน่ายหุ้นกู้ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ทาง KPMG ได้ร่วมกับบริษัทในการจัดการประชุมเพื่อหาข้อสรุปในการชําระคืนหุ้นกู้ โดยที่ประชุมเห็นว่า ผู้ถือหุ้นกู้มีแนวโน้มที่จะไม่ยินยอมการชําระคืนหนี้ยาวนานถึง 8 ปี แต่หากต้องการรับเงินคืนภายใน 3 ปี

บริษัทมีความเห็นว่าจะไม่สามารถดําเนินการตามแผนดังกล่าวได้เมื่อผลการประชุมเข้าเงื่อนไข บริษัทจึงตัดสินใจยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางตามแผนที่ได้รับจากที่ปรึกษาการเงิน (โดยไม่ได้แจ้งที่ปรึกษาการเงินก่อนที่จะยื่นคําร้องฯ) ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ตามที่ได้รับมติจากคณะกรรมการในคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2566

โดยศาลล้มละลายกลางรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 และบริษัทเข้าสู่สภาวะการพักชําระหนี้ทั้งหมดของบริษัท (Automatic Stay) ไปจนกว่าศาลล้มละลายกลางจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดและเป็นวิธีการแก้ปัญหาเพียงช่องทางเดียวที่บริษัทมีในเวลานั้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

สำหรับขั้นตอนและกรอบระยะเวลาโดยประมาณจากที่ยื่นคำขอเข้าฟื้นฟูกิจการ ประกอบด้วย

วันที่ 29 ม.ค.2567 : ศาลนัดไต่สวนคําร้องการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ

ประมาณเดือน เม.ย.2567 : ศาลพิจารณามีคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทําแผน

ประมาณเดือน พ.ค.2567 : ประกาศคําสั่งศาลและแต่งตั้งผู้ทําแผนในหนังสือพิมพ์และราชกิจจานุเบกษา

ประมาณเดือน มิ.ย.2567 : เจ้าหนี้ดําเนินการยื่นคําร้องขอรับชําระหนี้

ประมาณเดือน ก.ย.2567 : ผู้ทําแผนจัดทําแผนฟื้นฟูภายใน 3 เดือนนับจากวันโฆษณาคําสั่งตั้งผู้ทําแผน

ประมาณเดือน ต.ค.2567 : เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นําส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้เจ้าหนี้

ประมาณเดือน พ.ย.2567 : เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพยัจัดประชุมเจ้าหนี้ลงมติรับแผนฟื้นฟูกิจการ

ประมาณเดือน ธ.ค.2567 : ศาลล้มละลายกลางพิจารณาคําสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ

ประมาณเดือน ม.ค.2568 : ผู้บริหารแผนเริ่มดําเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ

ทั้งนี้ กรอบระยะเวลาดําเนินการดังกล่าวเป็นการประมาณการเบื้องต้น ภายใต้สมมติฐานที่ดีที่สุดและภายใต้กรณีที่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลังขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับปัญหาและอุปสรรคที่อาจทําให้ไม่สามารถดําเนินการตามแผนได้คือ

  1. ความร่วมมือจากเจ้าหนี้เพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการชําระหนี้ร่วมกัน
  2. ความสามารถในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนธุรกิจ จากธุรกิจ Content ไปเป็นธุรกิจใหม่ที่บริษัทได้เตรียมไว้
  3. การหาพันธมิตร นักลงทุน ตลอดจนการจัดหาแหล่งเงินทุน
  4. สภาพเศรษฐกิจโดยเฉพาะภายในประเทศ

และผลที่อาจเกิดขึ้นหากบริษัทไม่ได้รับการอนุมัติให้เข้าแผนฟื้นฟูกิจการคือ

  1. ด้วยปริมาณหุ้นกู้ทั้งหมด หากเจ้าหนี้ทุกรายเรียกร้องบริษัทให้ชําระหนี้คืน บริษัทจะไม่มีเงินสดเพียงพอในการดําเนินธุรกิจอย่างแน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคู่ค้า และบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. บริษัทอาจจะต้องปิดกิจการหรือถูกฟ้องร้องจนไม่สามารถดําเนินธุรกิจได้ต่อไป และล้มละลาย อันจะทําให้ทุกฝ่ายเสียหายอย่างมาก
  3. หุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะไม่มีมูลค่า ทําให้นักลงทุนและผู้ถือหุ้นได้รับผลกระทบรวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
  4. หากบริษัทต้องปิดดําเนินกิจการหรือไม่สามารถดําเนินการต่อได้ จะส่งผลกระทบต่อพนักงานของบริษัททุกคน

ทั้งนี้สำหรับผลจากการยื่นคําร้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการคือ

1. บริษัทยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 และศาลล้มละลาย
กลางได้มีคําสั่งรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ทั้งนี้ศาลได้นัดไต่สวนคําร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 29 มกราคม 2567

2. บริษัทได้รับการคุ้มครองจากการเรียกร้องและฟ้องร้อง (Automatic Stay) จนถึงวันที่ศาลจะมีคําสั่งเป็น
อย่างอื่น ทําให้บริษัทสามารถเตรียมแนวทางต่าง ๆ เพื่อวางแผนชําระหนี้ได้

3. บริษัทจะมีเวลาเพิ่มขึ้นในการเจรจากับผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และ ผู้จัดจําหน่ายหุ้นกู้

4. เจ้าหนี้ทุกรายได้รับชําระหนี้อย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย และบริษัทยังสามารถดําเนินธุรกิจได้ ซึ่งทําให้บริษัทยังรักษาคนและธุรกิจ อีกทั้งยังมีเวลาในการปรับตัวและพูดคุยกับคู่ค้าและเจ้าหนี้การค้าเพื่อทําธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ผู้ทําแผนตามที่เสนอในคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ

บริษัทได้เสนอให้ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ทําแผน โดยอํานาจหน้าที่และสิทธิของผู้ทําแผนตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการซึ่งจะตกแก่ผู้ทําแผนนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่งแต่งตั้งผู้ทําแผน มีดังนี้

  1. อํานาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของบริษัท
  2. บรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ยกเว้นสิทธิที่จะได้รับเงินปันผล)
  3. อํานาจในการจัดทําแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท

การทําธุรกิจคอนเทนต์ (Content) มีความเฉพาะเจาะจงและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งบริษัทได้
ดําเนินธุรกิจนี้มีผลกําไรมาโดยตลอด โดยเฉพาะการบริหารทรัพย์สินไม่มีตัวตน ทั้งการขายในประเทศและต่างประเทศ

บริษัทจึงมีความพร้อมทั้งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการทําธุรกิจ

“บริษัทขอยืนยันว่า บริษัทมีเจตนาที่ดีในการชําระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้ทุกฝ่าย โดยการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัท จะช่วยให้บริษัทแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกฎหมายรองรับ และให้ความคุ้มครองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม

อีกทั้ง บริษัทยังสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ในระหว่างที่อยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อการแก้ไขปัญหาของบริษัท และเพื่อสร้างผลกําไรจากการดําเนินกิจการต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

JKN แผนฟื้นฟูกิจการ