โบรกชี้ไตรมาส 2 หุ้นไทยผันผวนต่อ-จับตากลุ่มแบงก์ประกาศกำไร
2 โบรกเกอร์ลั่นหุ้นไทยผันผวนต่อ ค่ายไทยพาณิชย์ชี้ไตรมาส 2 นี้ ดัชนีแกว่งตัว 1,750-1,850 จุด ส่งซิกหุ้นกลุ่มพลังงานถูกทิ้ง โยกเล่นหุ้นโหนกระแสรัฐเร่งเบิกจ่าย 1.5 แสนล้าน “โกลเบล็ก” จับตากลุ่มแบงก์ประกาศงบไตรมาสแรก ช่วงนี้แนะถือเงินสด
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/61 นี้ประเมินว่าดัชนี SET เคลื่อนไหวไซด์เวย์อยู่ในกรอบ 1,750-1,850 จุด เนื่องจากมีโอกาสที่หุ้นกลุ่มพลังงานจะถูกเทขาย เนื่องจากราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวจากแรงกดดันความต้องการที่น้อยลง จึงมีโอกาสที่นักลงทุนจะเปลี่ยนกลุ่มลงทุนไปยังกลุ่มหุ้นที่อิงกับปัจจัยหนุนในประเทศ เพราะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ในขณะที่การลงทุนภาครัฐจะมีการเร่งเบิกจ่ายในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 นี้ เม็ดเงินรวมกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการใช้จ่ายของกลุ่มรากหญ้า เช่น กองทุนหมู่บ้าน, การพัฒนาชุมชน
นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ไทยพาณิชย์กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงไตรมาส 2 นี้ บริษัทแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่อิงกับการลงทุนและการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยแนะนำหุ้น top pick ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) เช่น ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) ซึ่งคาดว่ายอดสินเชื่อจะกลับมาขยายตัวได้ดีและมีคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มีแนวโน้มลดลง ส่วนอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มสูงขึ้น 2.กลุ่มค้าปลีก ได้รับแรงหนุนจากงบกลางปีของรัฐที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ทำให้มีการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค หุ้นที่ได้อานิสงส์ และ 3.กลุ่มโรงพยาบาล รับเทรนด์ธุรกิจประกันสุขภาพ ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายด้านสุขภาพปรับเพิ่มขึ้นในระยะยาวส่วนปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในระยะข้างหน้าว่า จะมาจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่คาดว่าจะปรับขึ้น 4 ครั้งในปีนี้ ทำให้มีการปรับประมาณการของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ไม่เกิน 4% แต่หากปรับขึ้นทะลุ 4% อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยเกิดการปรับฐานลงรุนแรง
“การลงทุนในภาวะที่ตลาดผันผวน และ P/E อยู่ในระดับสูง นักลงทุนควรเก็บเงินสดไว้ในพอร์ตมากขึ้นเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อในช่วงที่หุ้นปรับตัวลงมา ทั้งนี้ประเมินช่วงไตรมาส 3/61 ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสเติบโตดีขึ้นจากช่วงไตรมาส 2/61 นี้ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเป้าดัชนีปลายปีนี้ที่ระดับ 1,900 จุด ที่ระดับ 15.6 เท่า ส่วนกำไร บจ. (บริษัทจดทะเบียน) ไทยปีนี้คาดโต 10% จากปีที่แล้ว โดย EPS (กำไรต่อหุ้น) อยู่ที่ 110 บาท/หุ้น ส่วนจีดีพี (เศรษฐกิจ) โต 5%” นายพรเทพกล่าว
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด (GBS) ระบุว่า ในช่วงนี้คงต้องจับตาผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2561 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) ที่จะประกาศออกมาภายในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ซึ่งคาดว่ายังถูกกดดันจากภาระตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับมาตรฐานบัญชี IFRS9 ขณะที่ยอดสินเชื่อสุทธิโดยรวมยังหดตัวจากปลายปี 2560 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่จะมีผลเชิงลบต่อการลงทุนในสัปดาห์นี้ (18-20 เม.ย.) เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3-4 ครั้งในปีนี้ และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 3% ในที่สุด ซึ่งจะกดดันเงินทุนต่างชาติ (fund flow) ไหลออกจากตลาดหุ้นไทย ซึ่งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ฟันด์โฟลว์ผันผวนหนัก นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 9.9 พันล้านบาท
“ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนในกรอบที่สูงขึ้น โดยคาดว่า SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,745-1,790 จุด” ฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็กระบุ