Skip to content

ท่าเรือแหลมฉบังแน่น แต่แนวโน้มค่าระวางเรือ “ลด”

20 เม.ย. 2561 | 09:15น.
ท่าเรือแหลมฉบังแน่น แต่แนวโน้มค่าระวางเรือ “ลด”

คอลัมน์ DATA

การส่งออกไทยในช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์) 2561 มีมูลค่า 40,467 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.77% ส่งผลเชื่อมโยงถึงการขนส่งที่เริ่มแน่นขนัดขึ้นตาม โดยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) รายงานสถิติจำนวนตู้ขนส่งสินค้าขาเข้า-ขาออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังในปี 2560 มีปริมาณ 7,784,798 TEUs เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับปี 2559

ขณะที่ในปี 2561 คาดการณ์ว่าปริมาณตู้สินค้าขาเข้า-ขาออกทั่วประเทศมีแนวโน้มที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นไปถึง 9.8 ล้าน TEUs โดยผู้ส่งออกมีความกังวลว่าความพร้อมของท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งปัจจุบันมีความแออัดด้านการจราจรขนส่งอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าท่าเทียบเรือแหลมฉบัง และบริเวณศูนย์เอกซเรย์ของศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง

ปัจจัยหลัก ส่วนใหญ่มาจากสัดส่วนการขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือ พึ่งพาการขนส่งทางถนนทำให้มีรถวิ่งเข้าท่าเรือเป็นจำนวนมาก ความไม่พร้อมในการบริการขนส่งสินค้าทางรางเชื่อมท่าเรือ และศุลกากรได้มีการนำระบบ e-Matching ในการแจ้งข้อมูลแต่ก็ยังมีปัญหาจากผู้ประกอบการส่งข้อมูลเข้าระบบไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้สินค้าติด red line ทันที

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวมีผลต่อระยะเวลาการขนส่งอาจทำให้สินค้ามีโอกาสตกเรือสูง นอกจากนี้มีผลต่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามมาด้วย เช่น ค่าบริการรถหัวลาก ค่าตู้ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นต้นทุนต่อผู้ประกอบการและการแข่งขันดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล

อย่างไรก็ตาม ปริมาณความต้องการใช้ตู้เพิ่มขึ้น ทำให้แนวโน้มอัตราค่าระวางเรือทั่วไปมีปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจาก Shanghai Containerized Freight Index (SCFI) ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ค่าระวางเรือในเส้นทางสำคัญปรับลดลงอย่างมาก เช่น เส้นทางเอเชีย-ยุโรป ลดลง 21.5% เอเชีย-เมดิเตอร์เรเนียน ลดลง 14.4% เอเชีย-ท่าเรืออเมริกาฝั่งตะวันตก ลดลง 37.6% และเอเชีย-ท่าเรืออเมริกาฝั่งตะวันออก ลดลง 25.9%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แหลมฉบัง