Skip to content

ปีที่ 7 “บางระกำโมเดล” ขยับไซซ์รับน้ำเพิ่ม-เสริมอาชีพ

20 เม.ย. 2561 | 11:27น.
ปีที่ 7 “บางระกำโมเดล” ขยับไซซ์รับน้ำเพิ่ม-เสริมอาชีพ

หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือต้องประสบภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก เป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ซึ่งเผชิญปัญหานั้น เป็นเหตุให้รัฐบาลชุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำคลอด “บางระกำโมเดล” เป็นต้นแบบการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเชิงบูรณาการทุกหน่วยงาน ณ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม นับตั้งแต่สิงหาคมปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ผ่านมาเกือบ 7 ปี “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ลงพื้นที่สำรวจความพร้อมทุ่งบางระกำ จ.พิษณุโลก ร่วมกับกรมชลประทานอีกครั้ง หลังโมเดลนี้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมช่วยรองรับและตัดยอดน้ำช่วยน้ำท่วมคนกรุงและนาข้าวลุ่มเจ้าพระยาเมื่อปี 2559-2560 ที่ผ่านมา

เพิ่มพื้นที่รับน้ำ 3.8 แสนไร่

นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากโครงการบางระกำโมเดลประสบความสำเร็จปีที่ผ่านมา เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมด โดยไม่ได้รับความเสียหาย ช่วงน้ำหลากยังสามารถใช้พื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำ ลดความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในเมืองสุโขทัยพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้

ในปี 2561 จึงได้มอบนโยบายให้กรมชลประทานขยายพื้นที่โครงการเพิ่มขึ้นจากเดิม 265,000 ไร่ เป็น 382,000 ไร่ ทำให้รองรับปริมาณน้ำได้มากกว่า 550 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมรับน้ำได้เพียง 400 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมกับให้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีในปีนี้ให้เร็วขึ้น เริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2561 เพื่อการเพาะปลูกที่เหมาะสม สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายในเดือนกรกฎาคม เพราะพื้นที่นี้น้ำท่วมทุกปี และยังใช้พื้นที่นาที่เก็บเกี่ยวแล้วเป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำในฤดูน้ำหลากได้อีก โมเดลนี้จะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ในระยะยาว

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เห็นชัดโครงการบางระกำโมเดล 2560 เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในพื้นที่ จ.สุโขทัย และจึงได้ร่วมกันในรูปแบบประชารัฐ ได้ปรับเปลี่ยนปฏิทินการปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มต่ำเขตชลประทานให้เร็วขึ้น กรมชลประทานจึงได้เริ่มปรับเปลี่ยนปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปีของพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ยม-น่าน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลายชุมพล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนนเรศวร โดยเกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ทั้งหมด จะเห็นว่าหลังจากที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จทั้งโครงการ กรมชลประทานได้ใช้พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำเป็นพื้นที่หน่วงน้ำรองรับ สามารถนำน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ในทุ่งบางระกำ และช่วยตัดยอดปริมาณน้ำได้ประมาณ 400 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้บูรณาการการส่งเสริมอาชีพ โดยนำพันธุ์ปลามาปล่อยลงในทุ่ง ให้เกษตรกรมีอาชีพเสริมในการทำประมง และยังส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตจากปลาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม

12 ทุ่งรับน้ำ 1.5 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับปีนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง (ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ลงมา) ใช้พื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง รวม 1.15 ล้านไร่ เพื่อเป็นทุ่งรับน้ำ สามารถตัดยอดน้ำที่จะไหลลงพื้นที่ตอนล่างได้มากกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร

กรมชลประทานเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปีนี้ วันละประมาณ 18 ล้าน ลบ.ม. โดยจะส่งน้ำเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 1 (นาปี) ในพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำให้เริ่มทำนาปีก่อน

การคาดการณ์ช่วงฤดูแล้งปีนี้ เกิดภัยแล้งใน 23 จังหวัด แต่ได้บริหารน้ำต้นทุนไว้เพียงพอรองรับหน้าฝน โดยลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 15,139 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างรวมกันทั้งหมด ซึ่งมากกว่าปี 2560 รวม 3,079 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำใช้การได้ 8,443 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 46 ใช้น้ำไปแล้ว 20,680 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 82 ของแผน และลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้ว 7,157 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 93 ของแผน ทั้งนี้ เร็ว ๆ นี้จะเริ่มปล่อยน้ำเข้า 12 ทุ่ง ในวันที่ 27 เมษายนนี้เพื่อการเพาะปลูกข้าวลุ่มเจ้าพระยาและร่วมวางมาตรการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ 2561/2562

พื้นที่ร้องรัฐเพิ่มตลาดรับซื้อปลา

อย่างไรก็ดี นายวิบูล ตั้งเกษมวิบูลย์ นายกเทศมนตรีตำบลบางระกำเมืองใหม่ และเกษตรกร กล่าวว่า บางระกำมีประชาชนทั้งสิ้น 3,800 ครัวเรือน โดยธรรมชาติทุกปีพื้นที่แห่งนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังจำนวน 3,200 ครัวเรือน แต่จะทำอย่างไรให้คนบางระกำอยู่กับน้ำได้ และมีรายได้ด้วย โดยหลังจากน้ำลดแล้วอาจทำถนนให้สูงพ้นน้ำท่วมพร้อมกับทำประตูระบายน้ำ ซึ่งจะทำให้พื้นที่ท่วมขังกลายเป็นแก้มลิงไปในตัว ต่อจากนั้นก็ปล่อยปลา สร้างอาชีพใหม่ให้กับประชาชนเข้าตำราในน้ำมีปลาในนามีข้าว แต่อย่าลืมว่าเมื่อเจอปัญหาหน่วงน้ำ เราเดือดร้อน

4 เดือนเต็ม ๆ ที่รองรับน้ำ อาชีพรองรับ คือ หาปลา แต่เป็นช่วงที่หน่วงน้ำไว้นี้กลับไม่มีตลาดขาย ทั้ง ๆ ที่บางระกำเป็นเมืองที่มีปลาอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น จึงขอให้รัฐพิจารณาโครงการสร้างอาชีพที่ยั่งยืน โดยขอให้ช่วงเวลาที่เราหน่วงน้ำ 4 เดือนนี้มีตลาดรับซื้อปลาที่แน่นอน อาจจะใช้เทคโนโลยีห้องเย็นมาเก็บปลาเพื่อแปรรูปจะทำให้เกษตรกร ชาวบ้าน มีตลาดขาย มีรายได้จริง