รัฐบาลจีนตีกรอบเกม จำกัดเนื้อหา-แคมเปญให้รางวัลเข้าเกม-จำกัดการใช้จ่ายในเกม อุตสาหกรรมเสียรายได้ 8 หมื่นล้านเหรียญ ยักษ์ Tencent-NetEase เจ็บหนักเสียมูลค่าบริษัทหลายหมื่นล้าน หวั่นบริษัทเทคฯ โดนปราบอีก
วันที่ 26 ธันวาคม 2566 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลจีนได้มีการออกมาตรการควบคุมอุตสาหกรรมเกมในประเทศครั้งใหม่ พร้อมอนุมัติรายชื่อ 105 เกมในประเทศที่ต้อง “คุมเข้ม” เนื้อหา-การใช้จ่าย-การทำตลาด สะเทือนทั้งอุตสาหกรรม เสีย 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
รายชื่อเกมที่ถูกควบคุม มีเกมชัั้นนำของ Tencent Holdings Ltd. และ NetEase Inc. ซึ่งเป็นยักษ์ผู้เผยแพร่เกมชั้นนำสองรายของจีนที่ได้รับผลกระทบจากกฎใหม่
หน่วยงานกำกับดูแลการเล่นเกมชั้นนำ สำนักพิมพ์และสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ได้ประกาศกฎใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อจำกัดการพัฒนาเกมออนไลน์ รวมถึงการจำกัดการใช้จ่ายของผู้เล่นที่เป็นผู้ใหญ่โดยไม่ระบุรายละเอียด ทั้งมีการห้ามไม่ให้รางวัลสำหรับการเข้าสู่ระบบบ่อยครั้ง (เช็กอินเริ่มเกมเป็นแคมเปญการตลาดแลกไอเทม หรือรางวัลอื่น ๆ เพื่อให้คนกดเข้าเล่นเกมทุกวัน) รวมถึงการห้ามเนื้อหาที่ละเมิดความมั่นคงของชาติ ทำให้เกิดความกังวลว่าทางการจีนจะกดปุ่มปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีอีกรอบ
Tencent และ NetEase มองว่ามูลค่าตลาดของพวกเขาลดลงหลายหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ แม้นักวิเคราะห์หลายคนรวมถึงจาก Citi Bank มองว่า Tencent และ NetEase ไม่น่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากฎใหม่ แต่นั่นไม่ได้ป้องกันมูลค่าหุ้นของทั้งสองบริษัทจากการร่วงลงในการซื้อขายในสหรัฐ
ความหวาดระแวงนี้ ทำให้กฎคุมเกมแบบใหม่ ที่เป็นข้อจำกัดอย่างกว้างไม่มีรายละเอียดมากนัก แม้ดูจะยังไม่ส่งผลกระทบอะไร แต่ผู้คน ผู้เล่นเกม และนักลงทุน ต่างเตือนให้นึกถึงการปราบปรามอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างโหดร้ายในปี 2021
ในปีนั้นหน่วยงานต่าง ๆ บังคับใช้กฎหมาย ควบคุมหลายเซ็กเตอร์ ตั้งแต่อีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยีการศึกษา ไปจนถึงอุตสาหกรรมบันเทิงแบบกะทันหัน จน Ant Group Co. และ Alibaba Group Holding Ltd. ของ Jack Ma สะบักสะบอม พร้อมทั้งทำลายอุตสาหกรรมการศึกษาออนไลน์ด้วยการประกาศว่ากำไรจากธุรกิจนั้นผิดกฎหมาย
ในขณะเดียวกัน นายหยาง เว่ยเฟิง รองประธานอาวุโส ของ Paper Game สตูดิโอพัฒนาเกมออนไลน์ในเซี่ยงไฮ้ มองว่ากฎดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาของรัฐบาลที่จะทำให้ตลาดเกมใหญ่ขึ้น และมีความหลากหลายมากขึ้น ด้วยเนื้อหาที่เป็นนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงขึ้น แต่ไม่มีการสร้างรายได้มากเกินไป หรือที่มักเห็นในเกม “จ่ายเพื่อชนะ’” (Pay2Win)
รัฐบาลต้องการให้ผู้เผยแพร่เกมได้รับผลกำไรผ่านหลักปฏิบัติที่เป็นธรรม และกำไรจากนวัตกรรมของโปรดักต์ มากกว่ากลยุทธ์การสร้างรายได้ด้วยการจูงใจแบบอื่น ๆ