เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ประเสริฐ’ เตรียมถก ครม. ช่วยนักศึกษา สกร. ไม่ให้หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics ‘ประเสริฐ’ เตรียมถก ครม. ช่วยนักศึกษา สกร. ไม่ให้หลุดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
‘กสิกรไทย’ กำไรครึ่งปี 2569 กว่า 27,900 ล้าน พุ่ง 6.22% แม้ไตรมาส 2 ชะลอลง
Finance ‘กสิกรไทย’ กำไรครึ่งปี 2569 กว่า 27,900 ล้าน พุ่ง 6.22% แม้ไตรมาส 2 ชะลอลง
SET วันนี้ (21 ก.ค.) กรอบ 1,640-1,660 จุด กระแสเงินทุนยังหนุน-หุ้นแบงก์ประกาศกำไร
Finance SET วันนี้ (21 ก.ค.) กรอบ 1,640-1,660 จุด กระแสเงินทุนยังหนุน-หุ้นแบงก์ประกาศกำไร
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรง
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,900 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.66 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
สงครามอิหร่าน ผู้ไกล่เกลี่ยเสนอข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ฟื้น MOU
World สงครามอิหร่าน ผู้ไกล่เกลี่ยเสนอข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน ฟื้น MOU
จับตา! ครม.เคาะโยก ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ร่างแผนฯไทย-อินโด ก่อน อนุทิน บินเยือน
Politics จับตา! ครม.เคาะโยก ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ร่างแผนฯไทย-อินโด ก่อน อนุทิน บินเยือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.82% อยู่ที่ 65,213 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.82% อยู่ที่ 65,213 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

ศิริกัญญา อภิปรายงบประมาณ 2567 เงินปริศนา เพื่อไทยโกงสูตร GDP

03 ม.ค. 2567 | 17:51น.
ศิริกัญญา ตันสกุล

ศิริกัญญา ตันสกุล ก้าวไกล อภิปรายงบประมาณ 2567 เย้ยเพื่อไทยโกงสูตรคิด GDP ฝากชีวิตไว้ที่ พ.ร.บ.กู้เงิน ถ้าไม่ผ่านจะเป็นกระตุ้นเศรษฐกิจทิพย์ เย้ยขึ้นชื่อเรื่องหาเงินได้ ใช้เงินเป็น แต่กลับผิดพลาดในการบริหารงบประมาณ

วันที่ 3 มกราคม 2567 ที่รัฐสภา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า หากเราอยู่ในภาวะวิกฤตจริง ๆ งบประมาณนี้จะเป็นตัวบอกว่าตอนนี้เราอยู่ในภาวะแบบใด และจะจัดสรรงบประมาณแบบใดเพื่อแก้วิกฤต รวมถึงต้องดูประมาณการว่าใช่วิกฤตหรือไม่

หากดูจากรายงานภาวะเศรษฐกิจและการคลัง จะพบว่าเศรษฐกิจในปี 2566 จะโต 2.5% และปี 2567 จะโต 3.2% เงินเฟ้อปี 2566 อยู่ที่ +1.4% ปี 2567 อยู่ที่ +2.2% ดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2566 อยู่ที่ +1.4% และปี 2567 อยู่ที่ +1.5% ดูอย่างไรก็ยังไม่วิกฤต

เศรษฐกิจจะวิกฤตถึงปี 70?

แต่กลับไปเจอในเล่มงบประมาณสำหรับประชาชนที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณที่มีตัวเลข GDP ที่โต 5.4% นี่เป็นผลการเติบโตของ GDP ที่ไม่รวมผลของเงินเฟ้อ แต่รัฐบาลกลับพยายามโชว์ตัวเลขที่รวมผลของเงินเฟ้อ เท่ากับรัฐบาลกำลังจะบรรลุเป้าหมาย GDP โต 5% ในปีแรกที่เข้ามาบริหารประเทศ โดยการโกงสูตรปรับ GDP เช่นนั้นหรือ ไม่เคยมีประเทศไหนในโลกทำมาก่อน ขอร้องว่าอย่าโกงสูตรเพื่อให้ GDP โต

ปกติในปีที่เกิดวิกฤต เราจะทำงบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ เพราะต้องมีการกู้เพิ่ม เนื่องจากต้องไปชดเชยรายได้ที่หายไป และใช้เม็ดเงินอีกส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เมื่อดูงบฯขาดดุลปี 2567 ต้องมีการกู้เพื่อชดเชยขาดดุล 3.6% ของ GDP ในขณะที่ GDP บอกจะโต 3.5% แต่เมื่อดูปีถัดไปจะพบว่าขาดดุลเท่ากันทุกปี จนดูไม่ออกว่าปีไหนวิกฤตกันแน่ และเราจะเกิดวิกฤตต่อไปเรื่อย ๆ

จนถึงปี 2570 เลยหรือไม่ ทำไมรัฐบาลจึงประมาณการว่าเราจะขาดดุลสูงถึง 3.4% ไปเรื่อย ๆ ทั้งที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เคยประกาศไว้ว่าจะทำงบประมาณให้สมดุลภายใน 7 ปี คือจะไม่กู้เลยสักปี แต่กลับทำงบฯขาดดุลไว้ คือ จะกู้ทุกปี ปีละ 3.4%

ปริศนางบฯดิจิทัลวอลเลต

เมื่อมีวิกฤตก็ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่เป็นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเรือธงของรัฐบาล คือ ดิจิทัลวอลเลต ทั้งที่เพิ่งประกาศไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566 ว่ามีแพ็กเกจใหญ่ 6 แสนล้านบาทที่จะทำดิจิทัลวอลเลต โดย 5 แสนล้านบาทให้ 50 ล้านคน และเติมให้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอีก 1 แสนล้านบาท โดยเอาเงินมาจาก 2 แหล่ง คือ พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายอีก 1 แสนล้านบาท

แต่งบฯดิจิทัลวอลเลตกลับไม่ปรากฏเลยสักบาท ส่วนกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ กลับลดกระหน่ำซัมเมอร์เซล จากที่โฆษณาไว้ว่า 1 แสนล้าน กลับลดเหลือเพียง 15,000 ล้านบาทเท่านั้น และเพิ่งเพิ่มมาเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2566 หลังจากปรับปรุงงบฯครั้งที่ 1 แต่ชัดเจนว่ายังคงไม่สามารถหาเงินมาใส่ให้เต็ม 1 แสนล้านบาทได้ ทั้งที่ไปตัดงบประมาณที่ต้องใช้คืนหนี้ ธอส.แล้ว

ตกลงเราจะยังสามารถเชื่ออะไรจากคำพูดของนายกรัฐมนตรีได้อีก สรุปเราจะยังต้องลุ้นว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท จะสามารถออกได้หรือไม่ และเรายังต้องลุ้นพึ่ง พ.ร.บ.เงินกู้อย่างเดียวแล้วใช่หรือไม่ สรุปยอดกู้ตอนนี้ต้องเพิ่มเป็น 585,000 ล้านบาทแล้วหรือไม่ เพื่อทำทั้งดิจิทัลวอลเลต และกองทุนเพิ่มขีดความสามารถตามที่สัญญาเอาไว้ วันนี้เราจะได้ยินจากรัฐบาลและกฤษฎีกาหรือไม่ว่า รัฐบาลจะออก พ.ร.บ.เงินกู้ได้หรือไม่

งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจทิพย์

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ พ.ร.บ.เงินกู้ฉบับนี้ เหมือนกับเอาไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ดังนั้น มีความเสี่ยงสูงมากหากไม่สามารถออก พ.ร.บ.เงินกู้ฉบับนี้ได้ เท่ากับงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจของเรากลายเป็นงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจทิพย์

นอกจากนี้ ยังมีงบฯกระตุ้นเศรษฐกิจอีก คือ งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแก้ไขปัญหาหนี้สิน แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ การพักหนี้เกษตรกร สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs และมหกรรมแก้หนี้ แต่เมื่อดูเรื่องการพักหนี้เกษตรกรพบว่า ใช้เงินไปแล้ว 11,000 ล้านบาท และไม่ได้ใช้งบฯปี 2567 แต่กลับไปใช้เงินจาก ธ.ก.ส.

ส่วนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs เป็นงบฯที่ตั้งไว้ใช้สำหรับใช้หนี้ออมสิน และเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ เราจะเอามาเคลมด้วยใช่หรือไม่ ขณะที่การลดรายจ่ายด้านพลังงาน ที่ผ่านมาลดค่าไฟฟ้าไปยังไม่ได้ควักกระเป๋าจากงบประมาณสักเท่าไหร่ เพิ่งมีใช้งบฯกลางไปประมาณ 1,950 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนราคาน้ำมันไปลดกองทุนน้ำมันฯและภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลเคลมโครงการลดค่าไฟบัตรคนจนหรือบัตรประชารัฐ ซึ่งโครงการนี้ทำมาตั้งแต่ปี 2565 แล้วจะมากระตุ้นอะไรกันตอนนี้ และยังมีการใส่โครงการติดโซลาร์เซลล์ให้ที่ว่าการอำเภอ บอกจะลดค่าภาระค่าใช้จ่ายได้ แต่นั่นกลับเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้รัฐบาลไม่ใช่ประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการตัดถนนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอีก 7,700 ล้านบาท สรุปแล้ววิกฤตเช่นไร เราจึงกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ กระทรวงกลาโหมจะตัดลดงบฯของตนเองลง เพื่อนำไปพยุงเศรษฐกิจของประเทศ แต่วิกฤตของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ครั้งนี้ งบประมาณของกระทรวงกลาโหมกลับเพิ่มขึ้น 2% แม้รัฐบาลปัจจุบันมีเวลารื้องบฯปี 2567 ถึง 2 รอบ

น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า แต่คงต้องเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ง่ายเพราะมีแผนซ้อนแผน ทั้งแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทำให้รัฐบาลไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายของตนเองได้ง่าย และยังมีมรดกของรัฐบาลชุดที่ผ่านมาที่ไม่ยอมปฏิรูปงบประมาณ ทำให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณของตนได้ไม่ถึง 1 ใน 4 เพราะติดประเด็นรายจ่ายบุคลากร, ชำระหนี้ 4 หมื่นล้านบาท, เงินชดใช้เงินคงคลัง 1.1 แสนล้านบาท, งบฯผูกพัน 3.6 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลก่อนหน้าเป็นผู้ดาวน์ และรัฐบาลของนายเศรษฐาต้องผ่อนต่อ” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณมีข้อผิดพลาด คือ เพื่อเงินชดใช้เงินคงคลัง 1.2 แสนล้านบาท เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาถูกนำมาใช้เพื่อจ่ายในส่วนของรายจ่ายบุคลากร เช่น เงินเดือนบุคลากร บำเหน็จ บำนาญ ค่ารักษาพยาบาล

บริหารงบฯพลาด

ทั้งนี้ ในปี 2567 พบว่ารัฐบาลปัจจุบันกำลังจะทำผิดพลาดซ้ำรอย เช่น เงินบุคลากร ที่ควรตั้งไว้ 3.6 แสนล้านบาท กลับตั้งไว้ 3.3 แสนล้านบาท เงินบำนาญ 6,000 ล้านบาทที่ไม่ตั้งไว้ ซึ่งตนสงสัยในความผิดพลาดดังกล่าวเป็นเพราะความตั้งใจหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ตนเคยถามกรมบัญชีกลางขอไปเพียงพอจะจ่าย แต่การจัดสรรไม่เพียงพอ ถือเป็นความตั้งใจที่ตั้งขาดเพื่อหาเงินชดเชยภายหลัง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ซ้ำ ๆ โดยไม่ตั้งงบประมาณที่เพียงพอ ซอฟต์พาวเวอร์ 5,000 ล้านบาท ไม่พบการตั้งไว้ คงต้องควักจากงบฯกลาง รวมถึงค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายที่ไม่ตั้งชดเชยไว้ สงสัยต้องดึงจากงบฯกลาง ทั้งนี้ งบฯกลางตั้งไว้ 9.8 หมื่นล้านบาท หากพิจารณาแล้วเชื่อว่าจะไม่เพียงพอ ซึ่งการตั้งงบฯขาดดุล ไม่มั่นใจว่าเป็นการสมรู้ร่วมคิดหรือไม่

สำหรับการประมาณการรายได้เชื่อว่าจะคาดการณ์ผิดพลาด และจัดเก็บไม่ตรงตามเป้าหมาย เพราะนายเศรษฐา เคยระบุว่าจะไม่เก็บภาษีขายหุ้น ดังนั้น คำถามคือรายได้จากส่วนดังกล่าวที่กำหนดไว้ 1.4 หมื่นล้านบาทจะหาจากที่ไหน ตนไม่มีปัญหากับสิ่งที่รัฐบาลทำ แต่เชื่อว่าจะกระทบต่อรายได้รัฐ ที่อาจจะหายไป 1 แสนล้านบาท หากรัฐบาลฝากความหวังไว้ที่โครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลต ถือว่าเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรผิดพลาด ดังนั้น ตนขอให้พูดความจริงกับสภา และประชาชน

ทั้งนี้ สำหรับหนี้สาธารณะมีประเด็นที่ต้องกังวล คือ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายต่อปี เพราะเป็นช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นที่มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าประมาณการจากกรอบการคลัง ซึ่งภาระดอกเบี้ยต้องเบียดบังงบประมาณแต่ละปี และหนี้ที่จะเกิดขึ้นไม่รวมกับหนี้ดิจิทัลวอลเลต และหนี้ที่ยืมจากรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐ 1 ล้านล้านบาท โดยเวลาที่รัฐบาลบริหารงานมา 3 เดือนใช้เต็มเพดานแล้ว

“สรุปแล้วร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ดิฉันไม่เห็นอะไรนอกจากเป็นบทพิสูจน์ว่า รัฐบาลนี้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นมืออาชีพ นี่หรือคือรัฐบาลที่สืบทอดชื่อเสียงกันมาว่าเก่งด้านเศรษฐกิจ ขึ้นชื่อเรื่องหาเงินได้ ใช้เงินเป็น แต่กลับผิดพลาดในการบริหารงบประมาณมากขนาดนี้ ทั้งตั้งงบฯไว้ไม่เพียงพอ ทั้งจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ประมาณการรายได้ก็ผิดพลาดแบบไม่น่าให้อภัยและไม่คิดที่จะแก้ มุ่งแต่จะใช้กลไกนอกงบประมาณในการบริหารประเทศ ไม่สนใจภาระทางการคลัง ถึงเวลาที่ประชาชนคงต้องคิดใหม่กับฝีมือการบริหารราชการของพรรคเพื่อไทย” น.ส.ศิริกัญญากล่าว