เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ประเสริฐ จ่อชงของบซ่อมโรงเรียน เสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
Politics ประเสริฐ จ่อชงของบซ่อมโรงเรียน เสียหายน้ำท่วม เบื้องต้นพบ 1,096 แห่ง
ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
Politics ประชุม ครม.สัปดาห์หน้าเลื่อนไป 14 ต.ค. ‘อนุทิน‘ จี้รัฐมนตรีเร่งช่วยประชาชนน้ำท่วม
ผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่คน ‘Chakra’ เอไอสัมภาษณ์งาน สัมไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง
Tech ผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่คน ‘Chakra’ เอไอสัมภาษณ์งาน สัมไปแล้วกว่า 5 แสนครั้ง
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
“สุริยะ” สั่งเร่งฝังซากสุกรน้ำท่วมปราจีนฯ 2,000 ตัว คาดจบทั้งหมดพรุ่งนี้
Economic “สุริยะ” สั่งเร่งฝังซากสุกรน้ำท่วมปราจีนฯ 2,000 ตัว คาดจบทั้งหมดพรุ่งนี้
พร้อมคุมความปลอดภัย IMF-World Bank 2026 สมช.ชี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ
Politics พร้อมคุมความปลอดภัย IMF-World Bank 2026 สมช.ชี้ยังไม่พบสัญญาณผิดปกติ
จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
Economic จับตาน้ำท่วมยืดเยื้อ ความเสียหายอาจพุ่ง 2.95 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบเป้า GDP โต 2.2-2.5%
คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
Economic คมนาคมตั้งทีมแก้ Air Cargo สุวรรณภูมิ หลังหอการค้าฯ ชง 3 ระยะ รับส่งออกกว่า 2.42 ล้านล้าน
กินเจปี’69 เงินสะพัด 46,913 ล้าน โต 2.2% แม้คนกินต่ำสุดรอบ 11 ปี
Economic กินเจปี’69 เงินสะพัด 46,913 ล้าน โต 2.2% แม้คนกินต่ำสุดรอบ 11 ปี
ไชยชนก จ่อตั้ง ‘นัฐวุฒิ แดนดี‘ นั่งอธิบดีกรมอุตุฯ ​เยียวยาน้ำท่วมล็อตแรก 611 ราย​
Politics ไชยชนก จ่อตั้ง ‘นัฐวุฒิ แดนดี‘ นั่งอธิบดีกรมอุตุฯ ​เยียวยาน้ำท่วมล็อตแรก 611 ราย​
ดูทั้งหมด

กรมอุตุฯเตือน 8-14 ม.ค. 67 อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศา กทม.ร้อนสุด 35 องศา

08 ม.ค. 2567 | 16:05น.
ยอดดอย-อากาศหนาวเย็น

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 8-14 ม.ค. 67 เตือนมวลอากาศเย็นมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้หลายพื้นที่ รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า ส่วนยอดดอยยังมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง เตือน 12-14 ม.ค. เกิดฝนชะช่อมะม่วง

วันที่ 8 มกราคม 2567 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 8-14 มกราคม พ.ศ. 2567 ว่า ในช่วงวันที่ 8-11 ม.ค. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า

ในขณะที่ลมตะวันตกเฉียงเหนือในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยของภาคเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง ส่วนยอดภูของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-17 องศาเซลเซียส

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12-14 ม.ค. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ ในขณะที่คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาจะเคลื่อนผ่านประเทศไทยตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียสในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย

สำหรับบริเวณยอดดอยของภาคเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง ส่วนยอดภูของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-16 องศาเซลเซียส

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค. 67

ส่วนในช่วงวันที่ 13-14 ม.ค. 67 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่างและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 8-11 ม.ค. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 ม.ค. 67 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น ส่วนประชาชนในภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง

เตือน 12-14 ม.ค. เกิดฝนชะช่อมะม่วง

กรมอุตุฯยังระบุว่า ช่วง 12-14 ม.ค. 67 สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง คาดว่าจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตก พัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ทำให้มีฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ปีนี้มาเร็ว ปกติจะเกิดขึ้นช่วงปลายมกราคม เรียกฝนที่เกิดขึ้นว่าเป็นฝนชะช่อมะม่วง (มะม่วงกำลังออกดอก ติดผล) ปริมาณฝนไม่มาก แต่จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงได้หรือไม่ ยังต้องติดตามและอัพเดตเป็นระยะ ๆ เพราะแนวกระแสลมตะวันตกดังกล่าวไม่ได้ลงมาลึกมาก

คาดหมายอากาศรายภาค ระหว่างวันที่ 8-14 มกราคม พ.ศ. 2567

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 8-11 ม.ค. 67 ตอนบนของภาค อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5-15 กม./ชม. ตอนล่างของภาค อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 14-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 12-14 ม.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาค อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ลมตะวันตก ความเร็ว 5-15 กม./ชม. ตอนล่างของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 8-11 ม.ค. 67 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ส่วนในวันที่ 12-14 ม.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ตอนบนของภาค อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ตอนล่างของภาค อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค. 67 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 13-14 ม.ค. 67 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค. 67 อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 13-14 ม.ค. 67 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 13-14 ม.ค. 67 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักทางตอนล่างของภาค ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 19-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ตลอดช่วง ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองและห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

กรุงเทพฯและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 8-12 ม.ค. 67 มีหมอกบางในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 13-14 ม.ค. 67 อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

พยากรณือากาศ 8-14 มกราคม 2567

ออกประกาศ 8 มกราคม 2567

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ