Skip to content

เดิมพันหั่นภาษีสุรา-ไวน์ ลุ้นยกเลิก “Sole Agent” ดันรายได้

11 ม.ค. 2567 | 11:53น.
เดิมพันหั่นภาษีสุรา-ไวน์ ลุ้นยกเลิก “Sole Agent” ดันรายได้

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกของปี 2567 เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลประเดิมกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการมีมติเห็นชอบ “มาตรการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย”

โดยมีการปรับโครงสร้างและอัตราภาษีสรรพสามิต เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวหลายรายการ

รื้อโครงสร้างภาษีไวน์

สำหรับปรับโครงสร้างภาษีสุรา ประกอบด้วย 1.สุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กกลิ้งไวน์ที่ทำจากองุ่น (ไวน์) มีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีจากการ “แบ่งชั้นของราคา” และกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีเป็น “อัตราเดียว” ยึดหลักความเท่าเทียม เป็นธรรม

ขณะเดียวกันก็กำหนดให้เก็บภาษีตามมูลค่าที่ 5% และอัตราภาษีตามปริมาณที่ 1,000 บาท/ปริมาณ 1 ลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพื่อให้ไวน์และสปาร์กกลิ้งไวน์ที่ทำจากองุ่นมีอัตราภาษีใกล้เคียงกับสุราแช่ผลไม้ที่มีส่วนผสมขององุ่นหรือไวน์องุ่น (ฟรุตไวน์)

2.ปรับโครงสร้างภาษีฟรุตไวน์ โดยยกเลิกแบ่งชั้นราคาเช่นเดียวกัน พร้อมกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าที่ 0% และอัตราภาษีตามปริมาณที่ 900 บาท/ปริมาณ1 ลิตรแห่งแอลกอฮอล์ ซึ่งกรมสรรพสามิตระบุว่า ฟรุตไวน์เกือบทั้งหมด มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 1,000 บาท ดังนั้นการกำหนดอัตราภาษีใหม่ จึงไม่กระทบผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้า

นอกจากนี้ยังได้ปรับนิยามของฟรุตไวน์ใหม่ เพิ่มคำว่า “ที่มีแรงแอลกอฮอล์เกิน 7 ดีกรี” เข้าไป เพื่อให้สุราแช่ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่า 7 ดีกรี และมีขนาดบรรจุไม่เกิน 0.330 ลิตร ถูกจัดไปอยู่ในพิกัดสุราแช่อื่น ๆ

3.สินค้าสุราแช่ชนิดอื่น ๆ กำหนดอัตราภาษี ดังนี้

(3.1) อุ กะแช่ สาโท สุราแช่พื้นบ้านอื่น และสุราแช่ที่ใช้วัตถุดิบเป็นข้าวที่มีแรงแอลกอฮอล์ไม่เกิน 7 ดีกรี กำหนดอัตราภาษีตามมูลค่า 0% และอัตราภาษีตามปริมาณ 250 บาท/ปริมาณ 1 ลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมสุราแช่พื้นบ้าน เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีอำนาจในการแข่งขันมากขึ้น

(3.2) สุราแช่อื่น ที่มีการผสมสุรากลั่นและมีแรงแอลกอฮอล์เกินกว่า 7 ดีกรี กำหนดอัตราภาษีตามมูลค่า 10% และอัตราภาษีตามปริมาณ 255 บาท/ปริมาณหนึ่งลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับสินค้าสุราที่มีการใช้นวัตกรรมในการผลิต และเป็นการปรับอัตราภาษีให้สุราโซจู ประเภทสุราแช่มีภาระภาษีขยับเข้าใกล้กับสุราโซจูประเภทสุรากลั่น

(3.3) สุราแช่อื่น ๆ กำหนดอัตราภาษีตามมูลค่า 10% และอัตราภาษีตามปริมาณ 150 บาท/ปริมาณหนึ่งลิตรแห่แอลกอฮอล์บริสุทธิ์

จับตายกเลิก “Sole Agent”

สำหรับการประเมินเรื่องการสูญเสียรายได้นั้น ทางกระทรวงการคลังประเมินว่า ในกรณีที่ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีส่งผ่านไปยังราคาขายปลีกสินค้าสุรา จะช่วยทำให้ราคาสินค้าไวน์ จูงใจนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการใช้มาตรการทางภาษีในครั้งนี้

นอกจากนี้ หากมีการดำเนิน “มาตรการยกเลิกการอนุญาตเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent)” ควบคู่กันไป จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้สินค้านอกระบบเข้ามาในระบบมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่ารายได้ภาษีสรรพสามิตทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นประมาณ 900 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ดี หากการปรับโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ไม่มีการดำเนินมาตรการยกเลิกการอนุญาตเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) ควบคู่กันไป การปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าว จะส่งผลให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีได้ลดลง 150 ล้านบาท/ปี ซึ่งคิดเป็น 1.1% ของรายได้การจัดเก็บภาษีสุราทั้งหมด และคิดเป็น 0.03% ของรายได้จัดเก็บของกรมสรรพสามิต ทั้งหมด ซึ่งไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการจัดเก็บในภาพรวม

เว้นอากรไวน์นำเข้า

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังยังเห็นสมควรปรับปรุงโครงสร้างภาษีศุลกากรสินค้าไวน์ให้สอดคล้องควบคู่กับการปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้ สินค้าไวน์ จัดอยู่ในประเภทพิกัด 22.04 และ 22.15 มีอัตราอากรนำเข้าทั่วไป ที่ได้รับการลดอัตราอากรแล้ว จำนวน 6 ประเภทย่อย และยังคงมีสินค้าอีก 15 ประเภทย่อย ที่ยังไม่เคยปรับโครงสร้างอัตราอากร โดยคาดการณ์ว่าการปรับโครงสร้างภาษีดังกล่าวจะทำให้ปริมาณการซื้อเพิ่มมากขึ้น และจะชดเชยกับการสูญเสียรายได้ที่รัฐเคยจัดเก็บได้จากทุกภาษี

ทั้งนี้ กรมศุลกากรคาดการณ์ว่า จะสูญเสียรายได้เฉลี่ย 429 ล้านบาท/ปี แต่คาดการณ์ว่า การลักลอบหลีกเลี่ยงอากรสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะลดน้อยลง

นอกจากนี้ ยกเว้นอากรศุลกากรอาจมีผลกระทบต่อการนำเข้าและปริมาณการบริโภคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจต้องมีการติดตามประเมินผลและศึกษาเมื่อเทียบกับก่อนการปรับปรุงโครงสร้างภาษี ถึงผลการจัดเก็บรายได้ภาษีอากร ภาษีสรรพสามิต และภาษีอื่น ๆ เช่น ภาษี
มูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น จากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่าย

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การปรับโครงสร้างภาษีสุรา-ไวน์ในครั้งนี้ จะเป็นบวกต่อรายได้รัฐได้แค่ไหน และการยกเลิก “Sole Agent” จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษี สุรา ไวน์