เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

ผลเลือกตั้งใหญ่ไต้หวัน ชี้ชะตาสงครามชิป จีน-สหรัฐ

13 ม.ค. 2567 | 15:24น.

การเลือกตั้งใหญ่ “สหรัฐอเมริกา” และ “เกาะไต้หวัน” เป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่เกาะกุมชะตากรรม “เทคโนโลยีขั้นสูง” ทั่วโลก ชิปจากไต้หวัน องค์ความรู้และซัพพลายเชนสำคัญในการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางนโยบายของ “ผู้ชนะเลือกตั้ง” ใน 1 ประเทศ 1 เขตปกครองนี้

ตลอดปี 2023 ประชาชนในสหรัฐและนักวิชาการหลายส่วนมีการตั้งคำถามถึงจุดยืน “ปกป้อง” ไต้หวัน หากจีนใช้กำลัง ของรัฐบาลโจ ไบเดน อยู่เนือง ๆ ว่าเป็นไปตามหลักการ “Weinberger” ซึ่งกำหนดว่ากองกำลังจะไม่มุ่งมั่นที่จะสู้รบ เว้นแต่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติที่สำคัญของสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เพราะท่ามกลางนโยบายถอนกำลังในอัฟกานิสถานที่ “ไบเดน” มีท่าทีว่าสูญค่า แต่กลับมุ่งมั่นที่จะปกป้องไต้หวันทุกวิถีทาง

รบเถิดอรชุน ! หากเพื่อผลประโยชน์ของรัฐ

สถาบันป้องกันประเทศ แห่งสหรัฐ ได้เผยแพร่บทความในประเด็นนี้ โดยหยิบยกเอาหนังสือเรื่อง Chip War ของ “คริส มิลเลอร์” รองศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศแห่ง Tufts University มากล่าวถึงอีกครั้ง เพื่อชี้ให้เห็นว่า “เกาะไต้หวัน” เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับหลักปกป้องผลประโยชน์แห่งรัฐของ “Weinberger” ซึ่งหน่วยความมั่นคงของสหรัฐยึดมั่นเป็นคัมภีร์หลัก

“มิลเลอร์” ชี้ให้เห็นความขัดแย้งหลายประการทวีจำนวนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับสงครามเย็นกับโซเวียต การสู้รบในเวียดนาม ซึ่งความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์ อำนาจของอุตสาหกรรมนี้ รวมถึง “ผู้เล่น” ที่เป็นผู้ประกอบการที่กำหนดทิศทางและความสำคัญของไต้หวัน เรียกว่า  “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์” กำหนดทิศทางการเมืองระหว่างประเทศ  เศรษฐกิจโลก และสมดุลแห่งอำนาจทั่วโลก

ที่สรุปว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และเทคโนโลยีในซิลิคอนเวลลีย์ ของสหรัฐมาถึงจุดหนึ่งที่ “มอริส จาง” ซึ่งเคยถูกวางตัวให้ขึ้นเป็น CEO ของ บริษัท Texas Instruments ผู้นำอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์แบบอนาล็อกในขณะนั้น แต่เหตุพลิกผันเขาถูกปฏิเสธ จึงต้องออกจากสหรัฐ มาตั้ง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) และกลายเป็นโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญที่สุดในโลกเพียงหนึ่งเดียว ที่มอบสิ่งอำนวยความสะดวก แรงงานที่มีทักษะ และกระบวนการทางเทคโนโลยีอันประณีตให้กับเจ้าของเทคโนโลยีในสหรัฐ

โดยไม่ได้ตั้งใจ ไต้หวันกลายเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ผลิต 90 เปอร์เซ็นต์ของเซมิคอนดักเตอร์ที่ล้ำหน้าที่สุดในโลก

จวบเมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พยายามรวมประเทศอีกครั้ง ด้วยเจตจำนงการเป็นผู้นำระดับโลกและระดับภูมิภาคของจีน ซึ่งมีเทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญ หากปล่อยให้จีนรวมไต้หวัน ย่อมสะเทือนหลักการ “Weinberger” ที่ทำให้สหรัฐเสียประโยชน์โดยตรง “Chip War” ของ “มิลเลอร์” จึงเป็นสิ่งตอกย้ำว่า ทำไมสหรัฐจึงควรสนใจ “ปกป้อง” ไต้หวัน ทั้งด้วยนโยบายและการ “ใช้กำลัง” 

ตลอดปีที่ผ่านมาเราจึงเห็นการกีดกันเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการผลิตชิป และอุปกรณ์ดิจิทัลจากสหรัฐ ในฐานะเจ้าของสิทธิบัตร ไม่ให้ส่งถึงมือจีนเพื่อใช้ในการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของตนได้ กลายเป็นสงครามเทคโนโลยี “จีน-สหรัฐ” ที่เราเห็นกัน

ความกังวลเรื่องการกีดกันเทคโนโลยีท่าจะบรรเทาลงเมื่อช่วง พ.ย. 2566 เมื่อ “สี จิ้นผิง” เดินทางเยือนแคลิฟอร์เนียหัวใจของเทคโนโลยีของโลก เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้อบอุ่นขึ้น

การคว่ำบาตรเทคโนโลยีจีน จะเป็นประเด็นหาเสียง ปธน. สหรัฐ

“เด็บบี้ วู” นักข่าวเทคโนโลยีของบลูมเบิร์ก ประจำไต้หวัน ได้เขียนถึงการเลือกตั้งใหญ่และนโยบายกระชับความสัมพันธ์กับจีนอย่างน่าสนใจ เธอระบุว่า ความรู้สึก “ต่อต้านจีน” เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเด็นที่ “เห็นร่วม” กันของฝ่ายในการเมืองของสหรัฐ ทั้งฝ่ายบริหารของพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ล้วนมีท่าทีที่เด่นชัดในการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีไปยังประเทศในเอเชีย

“การเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐในปีนี้ ผู้สมัครประธานาธิบดีที่เป็นไปได้ คือ ประธานาธิบดีสองคนล่าสุด “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “โจ ไบเดน” เราคาดหวังได้ว่าจะมีการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีกับปักกิ่งมากกว่าเดิม”

“โดนัลด์ ทรัมป์” แม้จะมีท่าทีแสดงความเคารพต่อจีน ก่อนที่เขาจะชนะการเลือกตั้งในปี 2559 แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางทหารของปักกิ่งต่อช่องแคบไต้หวัน

ขณะที่ “โจ ไบเดน” กำลังดำเนินแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ให้ออกจากจีนกลับมาในประเทศ ทั้งการปิดล้อมแบบพหุภาคี ไม่ให้จีนพัฒนาความรู้ความชำนาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่ซับซ้อน

แต่..การเปิดตัวโทรศัพท์มือถือ Mate 60 Pro ของ Huawei Technologies Co. ซึ่งทำงานบนชิปขั้นสูง 7 นาโนเมตร ที่ผลิตเองในจีน ทำให้นักการเมืองในวอชิงตันตกตะลึง ว่าการกีดกันอาจไม่เป็นผล และจีนยังลงทุนมหาศาลเพื่อเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพในการผลิตชิป เทคโนโลยีของพวกเขาแม้จะตามหลังอยู่หลายปีแต่ก็กระชั้นเข้ามามากขึ้น

ขณะที่แล็ปทอปรุ่นล่าสุดที่ Huawei เปิดตัวในช่วงปลายปี 2023 พบว่ามีชิปจาก TSMC ซึ่งยังคงล้ำหน้ากว่าเซมิคอนดักเตอร์ที่ดีที่สุดของบริษัทจีนสามารถทำได้ในขณะนี้ ทั้งความคลั่งไคล้ด้านปัญญาประดิษฐ์ในปี 2023 ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีชิปเอไอของ Nvidia Corp. อย่างมาก ซึ่งวอชิงตันสั่งห้ามไม่ให้ค้ากับจีน และยังไม่มีใครทดแทน NVIDIA ได้

การปิดล้อมทางเทคโนโลยีที่สหรัฐใช้เพื่อกีดกันจีนไม่ให้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง จะต้องได้รับการพิสูจน์ว่าทำได้จริง เพราะเท่าที่เห็นจีนก็มีการพัฒนาและผลิตไล่ตามอย่างกระชั้นชิด

“ไม่ว่าจะเป็น ทรัมป์ หรือ ไบเดน ที่กุมบังเหียนในอีกหนึ่งปีข้างหน้า นโยบายที่มีต่อจีนไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงได้ และมีเหตุผลที่ทำให้เชื่อได้ว่าโดยรวมแล้วมีประสิทธิภาพ”

ที่สำคัญ ขณะที่ “ไบเดน” กำลังทำงานและรณรงค์หาเสียง ในการเลือกตั้งรอบใหม่ เขาจะต้องแสดงหลักฐานว่า การพัฒนาเทคโนโลยีของจีนชะลอตัว หรือพัฒนาได้ช้าจนอยู่ในจุดที่ไม่ก่อให้เกิดภัยคุกคาม จากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล “ไบเดน”

การหาเสียงของคู่แข่งจากรีพับลิกันก็มีแนวโน้มที่จะโต้แย้งว่าสิ่งที่ “ไบเดน” เสนอนั้น ยังทำได้ไม่ดีพอ

ผลเลือกตั้งไต้หวันสะเทือนเศรษฐกิจ-การเมืองโลก

วันที่ 13 มกราคม 2024 ประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 19.55 ล้านคน บนเกาะไต้หวันลงชื่อเข้าคูหา เลือกตั้งใหญ่ที่มีผลกระทบย่างมากต่อธุรกิจและการค้าระดับโลก โดยเฉพาะอิทธิพลจากอุตสาหกรรมชิป ท่ามกลางการเพิ่มท่าทีคุกคามทางทหารของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ ส่งผลให้เกิดความกระวนกระวายใจไปทั่วโลก

การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกเรียกว่าการเลือกตั้งเพื่อ “War and Peace” สงครามและสันติภาพ เกิดเรื่องชุลมุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 1 วันก่อนเลือกตั้งจีนปล่อยจรวดส่งดาวเทียมสู่อวกาศ แต่ทางการไต้หวันแจ้งเตือนประชาชนถึงการโจมตีทางอากาศ ขณะที่ตัวแทนไต้หวันเข้าพบประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ซึ่งจีนได้แสดงท่าทีอย่างรุนแรงตอบโต้ไปว่า นี่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน

CNN รายงานว่า ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี “ไล่ ชิงเต๋อ” จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ไม่เป็นที่ถูกใจเจ้าหน้าที่จีน ความคิดเห็นในอดีตของเขาที่สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน แม้เขาปรับจุดยืนสนับสนุนสถานะที่เป็นอยู่ หรืออธิปไตยโดยพฤตินัยของไต้หวัน แต่ปักกิ่งยังคงประณามว่าเขาเป็นผู้แบ่งแยกดินแดนที่เป็นอันตราย และปฏิเสธ “การเจรจา”

“ชาร์ลี เวสท์” รองผู้อำนวยการของกลุ่มโรเดียม ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับจีน กล่าวว่า ถ้า ไล่ ชิงเต๋อ และ DPP ชนะ จะได้เห็นมาตรการบีบบังคับต่าง ๆ จากปักกิ่ง รวมถึงการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่อาจขัดขวางเรือพานิชย์ และธุรกิจในช่องแคบไต้หวัน หรือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจบนเกาะที่พึ่งพาการค้า

ทุกปี เรือคอนเทนเนอร์ประมาณครึ่งหนึ่งของโลกแล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน คู่แข่งและพันธมิตรที่สำคัญ
ไต้หวันและจีนมีการแข่งขันทางการเมืองที่ซับซ้อน แต่ก็มีความเกี่ยวพันกันทางเศรษฐกิจเช่นกัน จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไต้หวัน และเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนชั้นนำมายาวนาน

กระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวันระบุว่า เมื่อปีที่แล้วมูลค่าการส่งออกของไต้หวันกว่า 35% ส่งออกไปยังจีน ส่วนใหญ่เป็นวงจรรวม เซลล์แสงอาทิตย์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การนำเข้าจากประเทศจีนคิดเป็น 20% ของการนำเข้าทั้งหมด ไต้หวันเกินดุลการค้ากับจีนเป็นจำนวนถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2566

“ไต้หวันและจีนมีความสำคัญต่อกันและกันอย่างยิ่ง จีนพึ่งพาปัจจัยการผลิตและบริษัทของไต้หวันในห่วงโซ่อุปทานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกเป็นอย่างมาก”

สำหรับประเทศจีน เซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตโดยบริษัทของไต้หวัน อย่าง TSM (โรงงานผลิตของ TSMC) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ต่อเศรษฐกิจของประเทศ เกาะแห่งนี้ยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการค้าระหว่างจีนกับโลกอีกด้วย เกาะนี้ผลิตชิปมากกว่า 60% ของโลก และประมาณ 90% ของชิปที่ทันสมัยที่สุดในโลก

จีนนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องมือกลที่มีความแม่นยำจากไต้หวัน ประกอบและส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปยังตลาดโลก จีนไม่เคยคว่ำบาตรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ที่สำคัญสำหรับภาคการผลิตของตนเอง

“หากไต้หวันถูกปิดล้อม นั่นอาจทำให้เศรษฐกิจโลกเสียหายมากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี โดยไม่ต้องคำนึงถึงต้นทุนของการเผชิญหน้าทางทหารที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา หรือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ”  เวสต์ประเมิน