Skip to content

ทิสโก้แนะซื้อ “REIT” เน้นกองนโยบายเชิงรุก เพิ่มโอกาสสร้างกำไร 22%

18 ม.ค. 2567 | 17:15น.
ทิสโก้แนะซื้อ “REIT” เน้นกองนโยบายเชิงรุก เพิ่มโอกาสสร้างกำไร 22%

ทิสโก้แนะลงทุนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ชี้จังหวะนี้ควรซื้อกองทุนที่มีนโยบายเชิงรุก-สินทรัพย์ที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลก พร้อมเปิดสถิติในช่วงดอกเบี้ยนโยบายปรับตัวเป็นขาลง กองทุน REITs มีโอกาสสร้างผลตอบแทน 22% ภายใน 1 ปี

วันที่ 18 มกราคม 2567 นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2567 จะเป็นปีแรกที่อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกนำโดยสหรัฐ ยุโรป และอังกฤษ จะปรับตัวเป็นขาลง ทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนโดดเด่นในช่วงดังกล่าว อย่างกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ลูกค้าเข้าซื้อมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งในระยะหลังเริ่มเห็นนักวิเคราะห์และผู้แนะนำการลงทุนรายอื่น ๆ เริ่มให้คำแนะนำลงทุนในตราสารหนี้บ้างแล้ว

ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์
ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์

อย่างไรก็ตาม นอกจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีแล้ว ในจังหวะนี้อีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนคือ “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” (REITs) ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก (Global REITs) เพราะเป็นอีกสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างกำไรที่โดดเด่นในภาวะดอกเบี้ยขาลง

บวกกับราคาที่ปรับลดลงมาประมาณ 30% ในช่วง 2 ปีที่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น จนราคา Global REITs มีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price to Book Ratio) ของ Global REITs ซื้อ-ขายอยู่ในระดับ -1 S.D. ซึ่งเป็นระดับต่ำใกล้เคียงกับช่วงวิกฤต COVID-19 ทำให้คาดว่าปี 2567 กองทุน Global REITs จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและสูงกว่าทางเลือกในการลงทุนอื่นได้

นายณัฐกฤติกล่าวอีกว่า การลงทุนใน REITs ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีนั้น ธนาคารทิสโก้แนะนำให้เลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเชิงรุก (Active Fund) มากกว่ากองทุนรวมดัชนี (Passive Fund) เพราะผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตเลือกสินทรัพย์เข้ากองทุนได้มากกว่ากองทุนรวมดัชนี โดยเฉพาะการเพิ่มน้ำหนัก REITs ยุคใหม่ที่มีความต้องการใช้งานสูงตามเมกะเทรนด์ของโลก

เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Centers), เสาโทรคมนาคม (Cell Towers), ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บของด้วยตนเอง (Self-storage), วิทยาศาสตร์ชีวภาพและพื้นที่ห้องปฏิบัติการ (Life Science and Laboratory Space), ธุรกิจให้เช่าบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว (Single Family Rentals) และธุรกิจที่พักอาศัยผู้สูงวัย (Senior Housing) เป็นต้น โดยลูกค้าอาจลงทุนในกองทุน Global REITs ได้ในสัดส่วนประมาณ 10-15% ของพอร์ตลงทุน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละบุคคล

“หากเป็นเมื่อก่อนการลงทุน REITs ยุคเก่าในรูปแบบ ETF อาจจะลงทุนในออฟฟิศให้เช่า ที่พักอาศัย หรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งผลประกอบการมักจะผันผวนไปตามเศรษฐกิจ และในระยะหลังความต้องการใช้งานออฟฟิศเริ่มน้อยลงแล้ว แต่การลงทุน REITs ยุคใหม่ในรูปแบบ Active Fund สามารถปรับพอร์ตลงทุน โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้

เช่นลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเข้ามาของเทคโนโลยี AI และลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสังคมผู้สูงอายุ โดยมีข้อมูลจาก Nareit และ Raymond James Research (ข้อมูล ณ เมษายน 2566) ระบุว่า REITs ยุคใหม่ในปี 2543 เติบโตจากสัดส่วนที่ราว 11% มาเป็นถึงราว 52% ในปี 2565 ดังนั้น ธนาคารทิสโก้จึงเน้นย้ำให้ลูกค้าเลือกลงทุนในกองทุน REITs ที่มีนโยบายการลงทุนเชิงรุก” นายณัฐกฤติกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองทรัสต์ กองทุน ทิสโก้