บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เผยความสำเร็จ หลังสร้างสถิติ ใหม่ โกยยอดจดทะเบียน บีเอ็มฯ-มินิ โตพุ่ง 3% ยอดรวม 15,477 คัน
วันที่ 22 มกราคม 2567 นายอเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยความสำเร็จในปี 2566 ที่ผ่านมาว่า บีเอ็มดับเบิลยู มีการเติบโตถึง 4% ด้วยยอดจดทะเบียนที่ 14,128 คัน ขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมของประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 4
สำหรับความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลมาจากแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมที่ยั่งยืน ด้วยการลงทุนในนวัตกรรมยานยนต์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยให้แก่ลูกค้าชาวไทย การบริการที่เหนือระดับและการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ
ส่วน บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มียอดจดทะเบียน 1,079 คัน
ในจำนวนนี้จะเห็นว่าการเติบโตในกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เพิ่มขึ้นสองเท่า (200%) จากปี พ.ศ. 2565 ด้วยยอดจดทะเบียนทั้งหมด ที่ 1,604 คัน จากรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 6 รุ่น ที่ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3, บีเอ็มดับเบิลยู iX, บีเอ็มดับเบิลยู i4, บีเอ็มดับเบิลยู i5, บีเอ็มดับเบิลยู i7 และมินิ คูเปอร์ เอสอี
ขณะที่รถในกลุ่ม Luxury Class ของบีเอ็มดับเบิลยู มียอดที่ 668 คัน เพิ่มขึ้น 46% จากรถบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู i7, บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 8, บีเอ็มดับเบิลยู X7 และบีเอ็มดับเบิลยู XM

นายบารากา ยังเปิดเผยต่อไปว่า ในปี พ.ศ. 2566 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับโลก ด้วยยอดขายบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และโรลส์รอยซ์ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นยอดส่งมอบรวม 2,555,341 คันทั่วโลก เติบโตขึ้น 6.5% แบ่งเป็นกลุ่มพลังงานไฟฟ้า 100% มียอดขายเติบโตขึ้นถึง 74.4% มียอดส่งมอบทั่วโลกรวม 376,183 คัน
สะท้อนถึงความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ตอบรับเทรนด์พลังงานสะอาดที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ซึ่งทางบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มองว่าเทรนด์ความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในหมู่ผู้ใช้งานจะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป และคาดการณ์ว่าจะทำยอดขายได้กว่า 500,000 คัน ในปี พ.ศ. 2567
“ส่วนยอดจดทะเบียนอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมของไทยเป็นปีที่ 4 ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพ นวัตกรรมการออกแบบ และการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งกว่าใครของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ รวมทั้งตอกย้ำเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยการเป็นผู้บุกเบิกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งมอบสุนทรียะแห่งการขับขี่ เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และพลังแห่งทางเลือกให้แก่ลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต”