บีเอ็มดับเบิลยูไทยแลนด์ เผยความสำเร็จปี 2568 กอดมาร์เก็ตแชร์ 40.5% มียอดส่งมอบ 10,582 คัน พร้อมส่ง BMW i5 EV รุ่นประกอบไทยลุยตลาดกดราคาขายลดลง 1.5 ล้านบาท
นายเรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ในประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมาว่า บริษัทยังคงสามารถรักษายอดขายสูงสุดในตลาดรถยนต์พรีเมี่ยม โดยมียอดขายรวมทั้งสิ้น ยอดการจำหน่าย 12,247 คัน หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 47%
ในจำนวนนี้แบ่งเป็น รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมีส่วนแบ่งการตลาด 40.5% และมียอดส่งมอบ 10,582 คัน ขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยม (BEV) มียอดส่งมอบ 1,261 คัน หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 24.2%
รถยนต์มินิมียอดส่งมอบเพิ่มขึ้น 15% จำนวน 1,665 คัน และรถมินิ ไฟฟ้า มียอดสูงขึ้น 372% จำนวน 1,104 คัน โดยมินิมีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมี่ยมได้ถึง 21.2% และเมื่อรวมยอดส่งมอบของทั้งสองแบรนด์ ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมสูงถึง 45.4%

ส่วนตลาดรถจักรยานยนต์อย่างบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังมียอดจดทะเบียนรวม 1,033 คัน โต 2% โดยในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเกิน 500 ซีซี บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มียอดจดทะเบียน 848 คัน และเติบโต 10% จากปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทได้ส่งรถยนต์ BMW i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จ.ระยอง โดยมีการปรับปรุงสเป็กให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 45 กิโลเมตร เป็น 627 กิโลเมตร เมื่อชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน WLTP) จากชุดแพ็กแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 83.9 kWh พร้อมรองรับการชาร์จกระแสสลับ (AC) ได้ 22 กิโลวัตต์
รถ BMW i5 eDrive40 M Sport ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหลัง กำลัง 340 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร ในโหมด Sport Boost แรงบิดเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็น 430 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ 6.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ราคาจำหน่าย BMW i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบในประเทศ อยู่ที่ 3.499 ล้านบาท