บลจ.อีสท์สปริง เสนอขายกองทุนพันธบัตรมุ่งรักษาเงินต้นรุ่นใหม่ อายุ 6 เดือน ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท เปิดขาย 25-29 ม.ค.นี้ ชูโอกาสรับผลตอบแทน 2.00% ต่อปี
วันที่ 25 มกราคม 2567 นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จจากการเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M9 (ES-GOVCP6M9) อายุ 6 เดือน ซึ่งเป็นกองทุนประเภทเทอมฟันด์ที่ผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุน สามารถปิดขายได้อย่างรวดเร็ว สะท้อนความต้องการของนักลงทุนจำนวนมากที่กำลังมองหาโอกาสรับผลตอบแทนที่แน่นอนภายใต้ความเสี่ยงต่ำ
ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M10 (ES-GOVCP6M10) อายุ 6 เดือน ระหว่างวันที่ 25-29 มกราคมนี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท รวมมูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท
ทั้งนี้กองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M10 (ES-GOVCP6M10) โดยกองทุนอายุประมาณ 6 เดือน มีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในตราสารที่มุ่งให้เกิดการรักษาเงินต้น ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในสัดส่วนประมาณ 100% โดยคาดหวังผลตอบแทนประมาณ 2.25% ต่อปี หลังจากหักค่าใช้จ่ายประมาณ 0.25% ต่อปีแล้ว คาดว่าผู้ลงทุนจะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่ 2.00% ต่อปีของ NAV
กองทุน ES-GOVCP6M10 จะลงทุนครั้งเดียว และถือทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการ (Buy and Hold) โดยบริษัทจะดำเนินการให้มีการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งจำนวนของผู้ถือหน่วยทุกราย ไปยังกองทุนเปิดทหารไทยธนรัฐ หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บริษัทจัดการเปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันทำการก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ
อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่โฆษณาไว้ โดยผู้ลงทุนจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนในช่วงเวลา 6 เดือน ดังนั้นหากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหมายไว้
หากผู้ออกตราสารหรือธนาคารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ และบริษัทจัดการจะสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ