กรมประมงแจ้งประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป ที่มีความประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ ในรอบปีการประมง 2567-2568 มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 1-29 ก.พ. 2567 ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ กรมประมง หรือที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล ทั้งนี้ ขึ้นรอบปีการประมงใหม่ เริ่มวันที่ 1 เมษายน 2567 หากเรือประมงลำใดออกไปทำประมงโดยที่ไม่มีใบอนุญาตจะไม่สามารถออกทำการประมงได้
วันที่ 26 มกราคม 2567 นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงออกประกาศ เรื่อง กำหนดห้วงเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน และเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์
สำหรับปีการประมง 2567-2568 ในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 10 มกราคม 2567 แจ้งให้ผู้ที่ประสงค์จะทำการประมงพาณิชย์ในปีการประมงใหม่ มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ได้ที่สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพฯ กรมประมง หรือที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล ในระหว่างวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567
โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเรือประมงพาณิชย์ที่อยู่ในระบบใบอนุญาตทำการประมงพณิชย์จำนวน 9,310 ลำ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา มีผลผลิตที่ได้จากการทำประมงพาณิชย์มากกว่า 1 ล้านตัน
สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการกำกับ ควบคุม และดูแลการทำประมงให้สอดคล้องกับขีดความสามารถในการทำการประมงและปริมาณผลิตผลสูงสุดของสัตว์น้ำที่สามารถทำการประมงได้อย่างยั่งยืน (ค่า MSY) ตามข้อกำหนดในมาตรา 19 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ซึ่งในการออกไปทำการประมงอย่างถูกกฎหมาย เรือประมงจะต้องมีใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ที่ออกโดยกรมประมง สามารถทำการประมงได้ตามปีการประมง (โดยใบอนุญาตมีอายุปีการประมง 2 ปี) และขณะนี้ใบอนุญาตทำการประมงเดิมจะหมดอายุลงในวันที่ 31 มีนาคม 2567 นี้ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) ได้กำชับให้กรมประมงเร่งดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพให้แก่พี่น้องชาวประมง
เงื่อนไขใบอนุญาตประมงพาณิชย์
สำหรับชนิด ขนาด และจำนวนของเครื่องมือทำการประมงที่สามารถขอรับใบอนุญาตใช้ทำการประมงพาณิชย์ได้มีดังนี้ ชนิดเครื่องมือทำการประมง ขนาดเรือ (ตันกรอส) จำนวน/ขนาด ที่ขอได้
1.อวนลากคู่ ทุกขนาด อวนลากคู่ ความยาวคร่าวล่างไม่เกิน 100 เมตร
2.อวนลากแผ่นตะเฆ่ทุกขนาด ความยาวคร่าวล่างไม่เกิน 60 เมตร
3.อวนลากคานถ่างทุกขนาด จำนวนอวนไม่เกิน 8 ปา
4.อวนล้อมจับทุกขนาด ความยาวคร่าวบนไม่เกิน 2,500 เมตร
5.อวนล้อมจับปลากะตักทุกขนาด ความยาวคร่าวบนไม่เกิน 1,000 เมต
6.อวนครอบปลากะตักทุกขนาด ความยาวคร่าวล่างทั้ง 4 ด้านรวมกันไม่เกิน 200 เมตร
7.อวนช้อน/ยกปลากะตักทุกขนาด ความยาวคร่าวบนทั้ง 4 ด้านรวมกันไม่เกิน 120 เมตร
8.เรือประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เรือปั่นไฟ) ทุกขนาด 1 หน่วย/1 ลำ
9.อวนครอบหมึกทุกขนาด ความยาวคร่าวล่างทั้ง 4 ด้านรวมกันไม่เกิน 150 เมตร
10.อวนช้อนปลาจาละเม็ดทุกขนาด คร่าวรอบปากอวนทุกด้านรวมกันไม่เกิน 500 เมตร
11.อวนติดตา ตั้งแต่ 10-29.99 ตันกรอส ความยาวเชือกคร่าวบนรวมกันไม่เกิน 15,000 เมตร ตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ความยาวเชือกคร่าวบนรวมกันไม่เกิน 28,000 เมตร
12.อวนรุนเคยทุกขนาด ความยาวคร่าวล่างไม่เกิน 60 เมตร
13.คราดหอยลายทุกขนาด 1 หน่วย/1 ลำ
14.คราดหอยแครงทุกขนาด 1 หน่วย/1 ลำ
15.คราดหอยอื่นทุกขนาด 1 หน่วย/1 ลำ
16.ลอบปลา ตั้งแต่ 10-29.99 ตันกรอส ไม่เกิน 200 ลูกตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไปไม่เกิน 300 ลูก
17.ลอบปู ตั้งแต่ 10-29.99 ตันกรอส ไม่เกิน 3,500 ลูก ตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไปไม่เกิน 4,500 ลูก
18.ลอบหมึกตั้งแต่ 10-29.99 ตันกรอส ไม่เกิน 320 ลูก ตั้งแต่ 30 ตันกรอส ขึ้นไปไม่เกิน 400 ลูก
19.ลอบหมึกสาย ตั้งแต่ 10-24.99 ตันกรอส ไม่เกิน 20,000 ลูก ตั้งแต่ 25 ตันกรอสขึ้นไปไม่เกิน 27,500 ลูก
20.เบ็ดราวทุกขนาด ไม่เกิน 50 สาย
21.แผงยกปูจักจั่นทุกขนาด ไม่เกิน 500 สาย
22.เบ็ดมือทุกขนาด 1 หน่วย/1 ลำ
23.เครื่องมืออื่น
เอกสารขอจดทะเบียนเรือประมงพาณิชย์
โดยผู้มาขอรับใบอนุญาตจะต้องเตรียมเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบในการยื่นคำขอ ได้แก่
(1) แสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ (ที่ยังไม่หมดอายุ)
(2) หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการประมง ซึ่งออกให้ไม่เกิน 3 เดือน (กรณีที่เป็นนิติบุคคล)
(3) หนังสือมอบอำนาจ พร้อมแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ และแสดงบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (กรณีที่มีการมอบอำนาจ)
(4) หนังสือยินยอมให้ใช้เรือประมง (กรณีที่มีกรรมสิทธิ์ร่วม หรือสิทธิครอบครองในเรือประมงที่ขอรับใบอนุญาต)
(5) ภาพถ่ายหรือภาพถ่ายดิจิทัลของเรือประมง โดยถ่ายไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 3 รูป ดังนี้
(5.1) ภาพอัตลักษณ์เรือที่เห็นชัดเจน จำนวน 1 รูป
(5.2) ภาพหัวเรือที่เห็นชื่อเรือ ทะเบียนเรือ (กรณีที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์อยู่เดิม จะต้องมีเครื่องหมายประจำเรือปรากฏอยู่ในภาพถ่ายด้วย) จำนวน 1 รูป
(5.3) ภาพถ่ายเรือเต็มลำด้านซ้ายหรือขวาจำนวน 1 รูป
(6) หลักฐานและเอกสารอื่นที่จำเป็นต้องใช้ประกอบการยื่นคำขอ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ในแต่ละอำเภอจะได้ตรวจความถูกต้องของคำขอและเอกสารให้เรียบร้อย พร้อมบันทึกข้อมูลลงในระบบ e-License ให้เสร็จสิ้นก่อนปิดรับคำขอ ซึ่งเมื่อกรมประมงพิจารณาเสร็จสิ้นจะส่งผลการพิจารณาให้ประมงอำเภอท้องที่ เพื่อแจ้งผลให้ผู้ที่ขออนุญาตทราบก่อนถึงปีการประมงใหม่ เพื่อที่เรือประมงพาณิชย์จะได้สามารถออกทำการประมงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.ก.การประมง 2558

ทั้งนี้ หากผู้ใดออกไปทำประมงทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลฝั่งอันดามัน โดยไม่มีใบอนุญาตทำการประมง จะมีบทกำหนดโทษตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ทั้งทางอาญาและมาตรการทางการปกครอง ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ที่ใช้เรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป และประสงค์จะทำประมงพาณิชย์ มาดำเนินการตามขั้นตอนและวันเวลาตามที่ทางราชการได้แจ้งไปและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
อีกทั้งการขอรับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ในปีนี้ กรมประมงได้เปิดโอกาสให้ชาวประมงที่เรือประมงซึ่งมีใบอนุญาตทำการประมง แต่เรือประมงเกิดความชำรุด ทรุดโทรม หรือเรือจม อับปาง สามารถนำเรือประมงลำอื่นมาขอรับใบอนุญาตแทนได้
รวมทั้งผู้ที่เคยมีลักษณะต้องห้ามในการได้รับอนุญาต หากสิ้นสุดลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดแล้วก็สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้ หรือผู้ที่ประสงค์จะเปลี่ยนพื้นที่ทำการประมง หรือเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงข้ามกลุ่มสัตว์น้ำก็สามารถยื่นคำขอได้ ซึ่งหากไม่กระทบกับปริมาณสัตว์น้ำสูงสุดที่จะอนุญาตให้ทำการประมงได้ตามที่คณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติเห็นชอบ กรมประมงก็จะอนุญาตให้ทำการประมงตามที่ประกาศได้ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพทำการประมงตามนโยบายของรัฐบาล
ทั้งนี้ กรมประมงได้เปิดคลินิกประสานงานการขอรับอนุญาตทำการประมง เพื่อให้พี่น้องชาวประมงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสแกน QR-Code เข้าร่วมกลุ่มไลน์ได้ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มได้ที่กลุ่มทะเบียนและอนุญาตทำการประมง กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ กรมประมง โทร. 0-2561-2341, 08-2649-7981, 06-4695-3360 สำนักงานประมงจังหวัด และสำนักงานประมงอำเภอที่มีอาณาเขตติดทะเล