เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าจากแรงซื้อดอลลาร์ ตลาดรอติดตามผลประชุม ECB

26 เม.ย. 2561 | 18:28น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.54/56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (25/4) ที่ระดับ 31.52/54 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าหลังจากที่นักลงทุนทยอยเข้าไปถือครองเงินดอลลาร์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3.03% ทั้งนี้ตลาดกำลังจับตาดูแนวโน้มของบอนด์ยีลและข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อต่อไป โดยในการประชุมเฟดที่จะมีขึ้นในวันที่ 1-2 พฤษภาคมนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นเกินกว่าที่ตลาดได้คาดการณ์ไว้และแนวโน้มของบอนด์ยีลยังคงปรับตัวสูงขึ้น อาจผลักดันให้เฟดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์สามารถปรับตัวแข็งค่าขึ้นไปได้อีก

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศนั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (CEO Survey) โดยพบว่า CEO คาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 61 มีแนวโน้มดีขึ้น โดยน่าจะเติบโตในช่วง 3-4% โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยวนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ พร้อมมองว่าแนวโน้มการลงทุนและการส่งออกจะดีขึ้นในปีนี้ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญในช่วงครึ่งปีแรกของปี 61 ประกอบด้วยความผันผวนของค่าเงินบาท และอัตราค่าแรงที่สูงขึ้น ส่วนเสถียรภาพการเมืองในประเทศ เป็นทั้งปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ในส่วนของด้านทิศทางอุตสาหกรรมนั้น CEO ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมจะปรับตัวดีขึ้น ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 61 มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.52-31.63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.53/31.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (25/4) เปิดตลาดที่ระดับ 1.2173/75 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (24/4) ที่ระดับ 1.2201/03 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากสถาบันวิจัย GfK เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนีมีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 10.8 ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 10.9 ในเดือนเมษายน เนื่องจากผู้บริโภควิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายกีดกันการค้า และสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ของสถาบัน GfK สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยวอลล์สตรีต เจอร์นัล GfK ระบุว่า วิกฤตการณ์ในซีเรีย และการใช้นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ทำให้ผู้บริโภควิตกกังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจเยอรมนี

นอกจากนี้ ตลาดกำลังติดตามผลประชุมของธนาคารกลางยุโรปในคืนวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ระยะเวลาการลดมาตรการเข้าซื้อพันธบัตรหรือ QE ในปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.2158-1.2188 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.2181/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (25/4) เปิดตลาดที่ระดับ 109.41/43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (24/4) ที่ระดับ 109.10/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่นักลงทุนยังคงทยอยเข้าถือครองเงินดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เปิดฉากการประชุมระยะเวลา 2 วันแล้วในวันนี้ คาดว่า ที่ประชุมจะคงนโยบายกระตุ้นเชิงรุกต่อไป แม้ว่าเศรษฐกิจประเทศจะแข็งแกร่งขึ้น ท่ามกลางเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำอย่างยาวนาน นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้รับรองนโยบายการผลักดันเงินเฟ้อเป้าหมายให้สู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นนโยบายที่ BOJ ได้ดำเนินการด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและระยะยาวให้อยู่ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ สำหรับรายงานรายไตรมาสเกี่ยวกับแนวโน้มของเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่จะมีการเปิดเผยภายหลังการประชุมดังกล่าว คาดว่าแบงก์ชาติญี่ปุ่นจะคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไว้ที่ระดับ 2% ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งจะสิ้นสุด ณ เดือน มี.ค. 2564 ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าว จะส่งสัญญาณบวกในแง่ที่ว่า การใช้จ่ายของภาคเอกชนจะปรับตัวขึ้น แม้ว่าจะมีการปรับขึ้นภาษีการบริโภคตามกำหนดการณ์ในปีหน้าก็ตาม การปรับขึ้นภาษีเมื่อปี 2557 นั้นถูกโทษว่าเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนชะงัก และยังทำให้การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% เป็นเรื่องที่ทำได้ลำบากมากยิ่งขึ้น แต่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เคยเป็น โดยขยายตัวขึ้นติดต่อกัน 8 ไตรมาสจนถึงเดือน ธ.ค. ซึ่งถือเป็นสถิติการขยายตัวที่ยาวนานที่สุดในรอบ 28 ปี และการปรับขึ้นภาษีครั้งต่อไปก็ไม่มากเท่ากับการปรับขึ้นภาษีก่อนหน้านี้

แบงก์ชาติญี่ปุ่นยังคงคาดว่า จะคงกรอบเวลาในการบรรลุเป้าหมายด้านราคาของปีงบประมาณ 2562 แม้ว่า การปรับขึ้นของราคาเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังคงล่าช้า ขณะที่การขยายตัวของค่าจ้างเองก็ล่าช้าเช่นกันราคาผู้บริโภคพื้นฐานทั่วประเทศ ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารสดนั้น เพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือน มี.ค. ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 1% ในเดือนก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมนั้น นายคุโรดะ ยังมีแนวโน้มว่าจะมุ่งมั่นที่จะผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อได้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.25-109.46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.28/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (27/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ย (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.6/-2.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 0.5/1.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท