คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
วันก่อนเห็นข่าวกระทรวงอุตสาหกรรมนัดคุยกับกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์
เพราะเริ่มเห็นผลกระทบจากการพลิกเปลี่ยนนโยบายรถยนต์
จากรถน้ำมันเป็นรถอีวี
อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศเริ่มได้รับแรงสั่นสะเทือนแล้ว
เพราะยอดขายรถยนต์น้ำมันลดลง
ในขณะที่รถอีวีที่ขายดีขึ้นในช่วงปีที่แล้ว เกือบทั้งหมดนำเข้าจากจีน
ไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
แม้จะมีข้อแลกเปลี่ยน คือให้ตั้งโรงงานในเมืองไทย
แต่วิธีคิดของผู้ประกอบการชาวจีนนั้นแตกต่างจากญี่ปุ่น
“ญี่ปุ่น” ค่อนข้าง “กินแบ่ง”
และจ้างแรงงานไทยเป็นจำนวนมาก
แต่ “จีน” มีลักษณะ “กินแบ่ง” น้อย
ค่อนข้าง “กินรวบ” มากกว่า
รถอีวีใช้ชิ้นส่วนรถยนต์น้อยมาก
และโรงงานใหม่ส่วนใหญ่จะใช้หุ่นยนต์
มีคนตั้งข้อสังเกตว่า บางทีแรงงานที่ใช้ก็อาจจะเป็นคนจีน
ไม่ใช่คนไทย
เพราะแรงงานจีนไม่แพง
ไม่เหมือนกับญี่ปุ่น ที่เอาแรงงานญี่ปุ่นมาทำงานในไทยมาก ๆ ไม่ได้
เพราะค่าแรงคนญี่ปุ่นแพงกว่าไทย
การปรับเปลี่ยนตามทิศทางของโลกเป็นแนวทางที่ถูกต้อง
แต่ทำอย่างไรประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากที่สุด
แรงงานไทยไม่ตกงาน
อุตสาหกรรมเดิมมีเวลาในการปรับตัว
นี่คือศิลปะของการบริหารประเทศ
นอกจากนั้น ยังมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนวิตกกังวลไปล่วงหน้า คือเรื่องขยะแบตเตอรี่
เพราะถ้ารถอีวีขายดีขึ้นเรื่อย ๆ
ผ่านไป 8 ปี “แบตเตอรี่” หมดอายุใช้งาน
มีคนกังวลว่าเรามีแผนจัดการ “แบตเตอรี่” เหล่านี้อย่างไร
วันก่อนผมมีโอกาสได้คุยกับคุณสุรวุฒิ เชิดชัย ซึ่งตอนนี้พักยกทางการเมืองมาดูแลกิจการ “เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น”
“เชิดชัย” คืออู่ประกอบรถบัสรายใหญ่ของเมืองไทย
ตอนนี้เขาปรับตัวจากโรงงานประกอบรถบัสน้ำมัน สู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า
อีกสักพักหนึ่งเราจะได้เห็นรถบัสไฟฟ้าจากโรงงานนี้
ผมชวนคุยเรื่องรถอีวี และตั้งประเด็นเรื่องขยะ “แบตเตอรี่”
คุณสุรวุฒิมองอีกมุมหนึ่งเลยครับ
เขาบอกว่า “แบตเตอรี่” รถยนต์จะไม่มีปัญหาเลย ถ้ารัฐบาลสนับสนุนเรื่องโซลาร์รูฟ
ให้คนไทยส่วนใหญ่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาในราคาที่เข้าถึงได้
ใช้พลังงานแสงแดดผลิตไฟฟ้าใช้เองในบ้าน
ปัญหาคือตอนนี้เราผลิตไฟฟ้าใช้เองได้เฉพาะตอนกลางวันที่มีแดด
ถ้าจะใช้ตอนกลางคืนต้องมี “แบตเตอรี่สำรอง”
ซึ่งราคาแพงมาก
ไม่คุ้ม
คุณสุรวุฒิบอกว่า “แบตเตอรี่รถยนต์” ที่ครบ 8 ปีนั้นไม่ได้หมดสภาพ ใช้งานไม่ได้
เพียงแต่ประสิทธิภาพลดลง
เพราะแบตเตอรี่รถยนต์ต้องมีประสิทธิภาพ 100%
ถ้าลดเหลือ 70% ใช้ไม่ได้
แต่ใช้ไม่ได้สำหรับ “รถยนต์” เท่านั้นเอง
คุณสุรวุฒิบอกว่า เราสามารถนำแบตเตอรี่รถยนต์อายุ 8 ปีมาใช้ในบ้านได้
เก็บกักไฟฟ้าจากแสงแดดตอนกลางวันมาใช้ตอนกลางคืนได้สบาย ๆ
แปร “ปัญหา” เป็น “โอกาส”
เรื่องนี้เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก