Skip to content

Market-think : มุมใหม่ “ขยะแบตเตอรี่”

05 ก.พ. 2567 | 10:17น.
Market-think : มุมใหม่ “ขยะแบตเตอรี่”
คอลัมน์​ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

วันก่อนเห็นข่าวกระทรวงอุตสาหกรรมนัดคุยกับกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์

เพราะเริ่มเห็นผลกระทบจากการพลิกเปลี่ยนนโยบายรถยนต์

จากรถน้ำมันเป็นรถอีวี

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ของประเทศเริ่มได้รับแรงสั่นสะเทือนแล้ว

เพราะยอดขายรถยนต์น้ำมันลดลง

ในขณะที่รถอีวีที่ขายดีขึ้นในช่วงปีที่แล้ว เกือบทั้งหมดนำเข้าจากจีน

ไทยแทบจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

แม้จะมีข้อแลกเปลี่ยน คือให้ตั้งโรงงานในเมืองไทย

แต่วิธีคิดของผู้ประกอบการชาวจีนนั้นแตกต่างจากญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่น” ค่อนข้าง “กินแบ่ง”

และจ้างแรงงานไทยเป็นจำนวนมาก

แต่ “จีน” มีลักษณะ “กินแบ่ง” น้อย

ค่อนข้าง “กินรวบ” มากกว่า

รถอีวีใช้ชิ้นส่วนรถยนต์น้อยมาก

และโรงงานใหม่ส่วนใหญ่จะใช้หุ่นยนต์

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า บางทีแรงงานที่ใช้ก็อาจจะเป็นคนจีน

ไม่ใช่คนไทย

เพราะแรงงานจีนไม่แพง

ไม่เหมือนกับญี่ปุ่น ที่เอาแรงงานญี่ปุ่นมาทำงานในไทยมาก ๆ ไม่ได้

เพราะค่าแรงคนญี่ปุ่นแพงกว่าไทย

การปรับเปลี่ยนตามทิศทางของโลกเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

แต่ทำอย่างไรประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากที่สุด

แรงงานไทยไม่ตกงาน

อุตสาหกรรมเดิมมีเวลาในการปรับตัว

นี่คือศิลปะของการบริหารประเทศ

นอกจากนั้น ยังมีเรื่องหนึ่งที่หลายคนวิตกกังวลไปล่วงหน้า คือเรื่องขยะแบตเตอรี่

เพราะถ้ารถอีวีขายดีขึ้นเรื่อย ๆ

ผ่านไป 8 ปี “แบตเตอรี่” หมดอายุใช้งาน

มีคนกังวลว่าเรามีแผนจัดการ “แบตเตอรี่” เหล่านี้อย่างไร

วันก่อนผมมีโอกาสได้คุยกับคุณสุรวุฒิ เชิดชัย ซึ่งตอนนี้พักยกทางการเมืองมาดูแลกิจการ “เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น”

“เชิดชัย” คืออู่ประกอบรถบัสรายใหญ่ของเมืองไทย

ตอนนี้เขาปรับตัวจากโรงงานประกอบรถบัสน้ำมัน สู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า

อีกสักพักหนึ่งเราจะได้เห็นรถบัสไฟฟ้าจากโรงงานนี้

ผมชวนคุยเรื่องรถอีวี และตั้งประเด็นเรื่องขยะ “แบตเตอรี่”

คุณสุรวุฒิมองอีกมุมหนึ่งเลยครับ

เขาบอกว่า “แบตเตอรี่” รถยนต์จะไม่มีปัญหาเลย ถ้ารัฐบาลสนับสนุนเรื่องโซลาร์รูฟ

ให้คนไทยส่วนใหญ่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาในราคาที่เข้าถึงได้

ใช้พลังงานแสงแดดผลิตไฟฟ้าใช้เองในบ้าน

ปัญหาคือตอนนี้เราผลิตไฟฟ้าใช้เองได้เฉพาะตอนกลางวันที่มีแดด

ถ้าจะใช้ตอนกลางคืนต้องมี “แบตเตอรี่สำรอง”

ซึ่งราคาแพงมาก

ไม่คุ้ม

คุณสุรวุฒิบอกว่า “แบตเตอรี่รถยนต์” ที่ครบ 8 ปีนั้นไม่ได้หมดสภาพ ใช้งานไม่ได้

เพียงแต่ประสิทธิภาพลดลง

เพราะแบตเตอรี่รถยนต์ต้องมีประสิทธิภาพ 100%

ถ้าลดเหลือ 70% ใช้ไม่ได้

แต่ใช้ไม่ได้สำหรับ “รถยนต์” เท่านั้นเอง

คุณสุรวุฒิบอกว่า เราสามารถนำแบตเตอรี่รถยนต์อายุ 8 ปีมาใช้ในบ้านได้

เก็บกักไฟฟ้าจากแสงแดดตอนกลางวันมาใช้ตอนกลางคืนได้สบาย ๆ

แปร “ปัญหา” เป็น “โอกาส”

เรื่องนี้เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก