Skip to content

แบงก์แตะเบรกเถ้าแก่กู้ซื้อบ้าน ยอดอนุมัติต่ำชี้เสี่ยงสูงหนี้เสียพุ่งไม่หยุด

03 พ.ค. 2561 | 13:44น.
แบงก์แตะเบรกเถ้าแก่กู้ซื้อบ้าน ยอดอนุมัติต่ำชี้เสี่ยงสูงหนี้เสียพุ่งไม่หยุด

2 แบงก์ใหญ่ ผวาหนี้เสียกู้บ้านกลุ่ม “เถ้าแก่” พุ่งต่อเนื่อง เฝ้าระวังเข้มข้น ชี้ยอดอนุมัติกู้ต่ำกว่าพอร์ตรายย่อยโดยรวม “กสิกรไทย” เผยล่าสุดเอ็นพีแอลกลุ่มเถ้าแก่ทะลุ 4% แบงก์กรุงไทย ชี้ยอดแอปพรูฟกลุ่มนี้ต่ำกว่า 50%

นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการปล่อยสินเชื่อรายย่อยที่ธนาคารยังคงให้ความระมัดระวังค่อนข้างมาก คือ กลุ่มผู้ประกอบการ (เถ้าแก่) ที่มาขอสินเชื่อบ้าน เนื่องจากพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มสูงเกินกว่า 4% ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าเอ็นพีแอลของพอร์ตรายย่อยโดยรวมที่อยู่ระดับ 3.4% โดยเห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีความมอ่อนไหวเรื่องรายได้ค่อนข้างมาก และมักโดนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ทำให้รายได้มีความไม่มั่นคงสูง ดังนั้น ธนาคารจึงต้องระวังและดูแลอย่างใกล้ชิด

“พอร์ตรายย่อยโดยรวมยังดี หากดูตัวเลขการว่างงานก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น คนมีรายได้ประจำแล้วตกงานก็มีไม่มาก แต่เมื่อไปดูกลุ่มผู้ประกอบการ จังหวะนี้ก็โดนเรื่องค่าแรง ค่าเงิน (อัตราแลกเปลี่ยน) สินค้าเกษตรตกต่ำ ก็โดนผลกระทบหมด เวลานี้เอ็นพีแอลยังมีอยู่ และเอสเอ็มอีก็อยู่ในช่วงปรับตัว ดังนั้นปัจจัยที่ทำให้เอสเอ็มอีแข็งแรงยังต้องใช้ระยะเวลา และเฝ้าระวังอยู่ เพราะเอสเอ็มอีที่ธุรกิจอ่อนไหวต่อปัจจัยข้างต้น ก็อาจมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ได้” นายวีรวัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2561 พอร์ตสินเชื่อบ้านของธนาคารมียอดคงค้างอยู่ที่ 2.55 แสนล้านบาท ซึ่งลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการมีสัดส่วนราว 40-50% ของพอร์ตสินเชื่อรวม และที่เหลือเป็นกลุ่มมนุษย์เงินเดือน

“วันนี้น่าห่วงคือคนกู้ที่เป็นผู้ประกอบการ ยอดแอปพรูฟ (อัตราการอนุมัติสินเชื่อ) ของสินเชื่อรายย่อยทั้งพอร์ตทรงตัวอยู่ที่ 50% แต่ถ้าดูเฉพาะยอดแอปพรูฟที่ให้กับผู้ประกอบการถือว่าน้อยกว่า 50% ซึ่งวันนี้เราไม่ได้ลดยอดแอปพรูฟ แต่ว่าผู้ประกอบการจะรู้ตัวเองอยู่แล้ว ว่าไม่ผ่านก็จะไม่มาขอกู้” นายวีรวัฒน์กล่าว

สำหรับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรายย่อยในปีนี้ นายวีรวัฒน์กล่าวว่า ธนาคารจะวางกลยุทธ์ที่เน้นเจาะกลุ่มผู้มีรายได้ประจำตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป โดยตั้งเป้าหมายสำหรับสินเชื่อบ้านเติบโตอยู่ที่ 5.5% ในขณะที่คาดว่าอุตสาหกรรมจะโตอยู่ที่ 6-8% ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตของธนาคารมีเป้าหมายขยายตัว 4-6% ซึ่งอุตสาหกรรมน่าจะเพิ่มขึ้นราว 6.5% แต่ธนาคารตั้งเป้าหมายสินเชื่อส่วนบุคคล (พีโลน) โต 6-8% สูงกว่าตลาดโดยรวมที่เติบโต 1%

ด้านนายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย(KTB) กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าทุกแบงก์เริ่มมีความเข้มงวดในการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการที่ขอสินเชื่อรายย่อย เพราะกลุ่มนี้รายได้ไม่เสถียร และมีอัตราการผิดนัดชำระและเป็นหนี้เสียสูงเมื่อเทียบกับพอร์ตรายย่อยอื่น ๆ จึงทำให้ทุกแบงก์ต้องเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ โดยในส่วนของธนาคารกรุงไทยก็เช่นกัน จะมีการติดตามกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบัน ยอดแอปพรูฟที่ให้กับผู้ประกอบการที่ซื้อบ้าน จะอยู่ระดับต่ำกว่ายอดแอปพรูฟโดยรวมของธนาคารที่เฉลี่ยเกิน 50%

“ตัวเลขที่ชี้ชัดว่า กลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็ก ๆ ที่ไปขอสินเชื่อบ้าน พบว่ามีหนี้เสียมากขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมเลยกลัว จะต้องขอดูดี ๆ ขณะที่เอ็นพีแอลก็ไม่ได้ดีขึ้น” นายลือชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน สินเชื่อบ้าน