เปิดไทม์ไลน์! อดีต 2 ผู้บริหาร ยื่นฟ้อง เลขาฯ ก.ล.ต. ชี้ 28 มิ.ย.นี้ศาลนัดไต่สวน
‘ชยันต์’ ‘ชญานี’ อดีตผู้บริหาร บล.เอเชีย เวลท์ ยื่นฟ้อง ‘รพี’ เลขา ก.ล.ต. ชี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดไต่สวนและสืบพยาน 28 มิ.ย. 2561 นี้ ย้ำสู้สุดตัวไม่ถอนฟ้อง เรียกร้องระบบการตรวจสอบความโปร่งใสของหน่วยงานผู้กำกับดูแล
นายชยันต์ อัคราทิตย์ อดีตกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า จากที่กระผมและนางสาวชญานี โปขันเงิน ยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อ นายรพี สุจริตกุล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฟ้องร้องในมาตรา 157 ฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางซึ่งจะมีการนัดพิจารณาไต่สวนและสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 28 มิ.ย. 2561
ทั้งนี้การฟ้องร้องสืบเนื่องจากตนเอง และนางสาวชญานี ได้รับคำสั่งจากก.ล.ต.ให้พักการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ทั้งในตำแหน่งผู้บริหารและผู้แนะนำการลงทุน เป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2560- 4ส.ค. 2561 ซึ่งตนมองว่าทางก.ล.ต.ไม่เปิดเผยและพิสูจน์ข้อมูลหลักฐานที่ใช้กล่าวอ้างความผิดที่ชัดเจน
นางสาวชญานี โปขันเงิน อดีตกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า การไต่สวนของศาลศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย. 61 ศาลจะเป็นผู้พิจารณาว่ารับสำนวนฟ้องหรือไม่ หากศาลฯรับฟ้องจะมีการไต่สวน และสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง แต่หากศาลฯไม่รับฟ้อง ฝ่ายตนเองจะทำการอุทธรณ์เพื่อให้ศาลฯพิจารณาการรับฟ้องได้อีก 1 ครั้ง
ทั้งนี้แม้ว่าการพิจารณาคดีฟ้องร้องนี้อาจใช้เวลานาน แต่ฝ่ายตนเองมีเจตนารมณ์ที่จะไม่ถอนฟ้อง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบหน่วยงานผู้กำกับดูแลให้มีมาตรฐานยิ่งขึ้น จากกรณีที่เกิดขึ้น ก.ล.ต. ใช้ระบบดุลยพินิจเป็นหลัก ซึ่งส่งผลต่อการพิจารณา และกล่าวหาลงโทษบุคคล ดังนั้นขอเรียกร้องให้มีกระบวนการของก.ล.ต. มีนิยามขอบเขตที่ชัดเจน ทั้งการเข้าถึงข้อมูลเพื่อพิจารณาตัดสินกรณีต่างๆ
“อย่างไรก็ตามหากการฟ้องร้องครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อทางบริษัทฯ เราคงต้องเสียสละตัวเอง แต่ไม่ล้มคดีไม่ถอนฟ้อง ตราบเท่าที่อำนาจกดดันอยู่ที่เท่านี้”นางสาวชญานีกล่าว
ลำดับเหตุการณ์ดังนี้
| 16 ต.ค. 2558 | 2 อดีตผู้บริหารได้รับหนังสือเชิญจากก.ล.ต. ไปให้ถ้อยคำ “กรณีการซื้อขายหุ้นของบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่เกิดช่วงปี 2553“ |
| 29 ต.ค. 2558 | ทั้ง 2 อดีตผู้บริหารเข้าให้ถ้อยคำตามหนังสือเชิญ ของก.ล.ต. หลังจากนั้นได้รับหนังสือชี้แจงจากก.ล.ต. ว่าถ้อยคำที่ให้การของทั้ง 2 อดีตผู้บริหาร ให้การขัดแย้ง บิดเบือนข้อมูลความจริง จากพยานหลักฐานที่ก.ล.ต. มี จึงมีความผิดในกฏหมายอาญา นายชยันต์ และนางสาวชญานีจึง ขอใช้สิทธิตามกฏหมายเพื่อตรวจสอบ พยาน หลักฐาน |
| 11 ต.ค. 2559 | 2 อดีตผู้บริหาร ส่งหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมให้ ก.ล.ต. |
| 24 ก.ค. 2560 | ทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่ ก.ล.ต. และ นายชยันต์ และนางสาวชญานี เข้าร่วมประชุมกับสำนักงานข่าวสารข้อมูล ซึ่ง นายชยันต์ และนางสาวชญานี เรียกร้องให้ก.ล.ต. เปิดเผยพยานหลักฐาน ซึ่งทาง ก.ล.ต.ขอไม่เปิดเผยต่อสำนักงานข้อมูลข่าวสาร เกรงพยานจะถูกคุกคาม |
| 31 ก.ค. 2560 | ก.ล.ต. พักการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ทั้งในตำแหน่งผู้บริหารและผู้แนะนำการลงทุนของนางสาวชญานีและนายชยันต์ เป็นเวลา 1 ปี มีผลตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2560 |
| ช่วงเดือน ก.ย. 2560 | ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งพักการเป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน มีข้อพิสูจน์แน่ชัดว่า พยานหลักฐานที่ใช้เป็นพยานหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง ตามหลักนิติวิทยาศาสต์และตาม พระราชบัญญัติ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก.ล.ต.ยืนยันจะลงโทษ ตามคำสั่งเดิม |
| เดือน เม.ย. 2561 | ทางก.ล.ต. ยังตรวจสอบบริษัทเพิ่มเติม โดยพยายามขอรายละเอียดการรับส่ง และข้อความรับส่งอีเมล ของพนักงานทั้งบริษัท ขอรายละเอียดผลตอบแทนของผู้บริหารทั้งหมด โดยไม่ได้ระบุว่าการใช้ในการตรวจสอบประเด็นใด |
| 28 เม.ย. 2561 | ก.ล.ต. ส่งหนังสือถึงบริษัท เพื่อให้ตอบข้อซักถามของ กลต. ว่าได้ดำเนินการกับอดีตผู้บริหารทั้ง 2 อย่างไรบ้าง |
| 28 มิ.ย. 2561 นี้ | ทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดไต่สวนและสืบพยาน ในกรณี ทั้งนายชยันต์ และนางสาวชญานี ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อนายรพี สุจริตกุล มาตรา 157 ฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาลฯว่าจะรับฟ้องหรือไม่ |