Skip to content

ชิงไหวชิงพริบ

07 เม.ย. 2567 | 15:29น.
ชิงไหวชิงพริบ
คอลัมน์​ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ตามปกติไม่ค่อยสนใจเรื่องยอดขายรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์ หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป

จนเกิดกระแสรถอีวีบูมขึ้นมา จึงเริ่มสนใจตัวเลขยอดขายในงานรถยนต์ทั้ง 2 งาน

เมื่อปลายปี 2566 ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป เป็นครั้งแรกที่ยอดขายรถอีวีแบรนด์จีนก้าวขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 10 ถึง 5 แบรนด์

จากเดิมที่ติดอันดับแค่ 1 หรือ 2 แบรนด์

และอยู่ในระดับท้าย ๆ

นอกจากติด 5 ใน 10 อันดับแรก ยอดขายช่วงแรก ๆ ของงาน ปรากฏว่า 
BYD แซงขึ้นอันดับที่ 1 ด้วย

แซง “โตโยต้า” แชมป์ตลอดกาลของงานรถยนต์

ก่อนที่แชมป์เก่าจะแซงและทิ้งห่างในช่วง 2 วันสุดท้าย ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดิมของ “โตโยต้า” กับ “ฮอนด้า” ด้วยการปล่อยยอดที่กั๊กไว้ออกมา

แต่การที่รถยนต์อีวีแบรนด์จีนแซง “โตโยต้า” ในช่วงแรก ๆ ถือเป็นข่าวที่ใหญ่มาก

เพราะถูกตีความได้ 2 แบบ

แบบแรก เป็นภาพกว้างว่ารถอีวีกำลังแย่งตลาดรถยนต์น้ำมัน

แบบที่สอง เป็นภาพแบบเจาะลึกว่า BYD อาจแซง “โตโยต้า” ได้ เพราะขนาดใช้เวลาแค่ 1-2 ปี ก็หายใจรดต้นคอพี่ใหญ่ได้แล้ว

การตีความแบบที่ 2 นี้ไม่เป็นผลดีกับ “โตโยต้า”

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลนี้หรือเปล่า ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้

“โตโยต้า” นั้นออกตัวแรงมาก ยอดขายพุ่งขึ้นที่ 1 ตั้งแต่วันแรก

และตัวเลขการขายก็ทิ้งห่างอันดับ 2 “ฮอนด้า” ไกลมาก เกือบเท่าตัว

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “โตโยต้า” เปิดตัวกระบะใหม่ “ไฮลักซ์ รีโว่” รุ่นปรับปรุงใหม่ และ “โคโรลล่า ครอส” ฯลฯ

รวมทั้งใช้ความได้เปรียบเรื่องการเงินมาสนับสนุนคนซื้อรถด้วย

อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “โตโยต้า” ไม่กั๊กยอดเพื่อเป็น “ทีเด็ด” ตอนท้ายงาน

ปล่อยตั้งแต่วันแรก เพื่อยึดตำแหน่ง “แชมป์” ไม่ให้ใครมาแย่ง

เป็นจิตวิทยาการตลาดให้คนได้รู้ว่า ใครคือเบอร์ 1 ตัวจริง

เพราะถ้าปล่อยให้รถอีวีโดยเฉพาะ BYD ขึ้นอันดับ 1 ในวันแรก ๆ กระแสความสนใจจะพุ่งไปที่เรื่องนี้

และจะกลายเป็น “ข่าวใหญ่” ทันที

แต่สิ่งที่ “โตโยต้า” นึกไม่ถึงก็คือ BYD พลิกเกมใหม่ หลังจากได้รับบทเรียนจากครั้งที่แล้วว่าถ้าปล่อยยอดออกไปช่วงแรก

จะเจอตลบหลังในช่วงวันสุดท้าย

เขาใช้กลยุทธ์แบบไหน รู้ไหมครับ

BYD ไม่แจ้งยอดขายแต่ละวันให้กับผู้จัดงาน

จะแจ้งยอดขายทั้งหมดในวันสุดท้ายเลย

ในงาน BYD ไม่มีรถรุ่นใหม่ แต่เล่นหมัดหนักด้วยการลดราคารถรุ่นเดิม

บางรุ่นลดสูงถึง 250,000 บาท

ถือว่าเล่นแรงมาก

แรงทั้งสำหรับคู่แข่ง

และแรงมากสำหรับลูกค้าเดิมที่ซื้อไปเลย

เพราะซื้อไปแค่ไม่กี่เดือนก็รู้สึกหนาวเหมือนอยู่บนดอยสูง

นี่คือ การตลาดของรถอีวี ที่ค่ายรถน้ำมันไม่คุ้นเคย

เราคุ้นเคยแต่กลยุทธ์การตลาดแบบญี่ปุ่น

ไม่เคยเจอกลยุทธ์ของแบรนด์จีน

วันนี้ไม่มีใครรู้ว่า ยอดขายแท้จริงของ BYD ในงานมอเตอร์โชว์ อยู่ที่เท่าไร

และวันสุดท้ายจะแจ้งยอดขายทั้งหมดเท่าไร

นึกเล่น ๆ ว่า ถ้า BYD แจ้งยอดขายแล้วชนะ “โตโยต้า” ขึ้นมา

รับรองว่าเป็น “ข่าวใหญ่” แน่นอน

เพราะถือเป็น “ปรากฏการณ์”

และรับรองเช่นกันว่า จะต้องมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา

เหมือนกับ “โตโยต้า-ฮอนด้า” ที่เคยโดนมาแล้วในอดีต ที่อยู่ดี ๆ ยอดขาย 2 วันสุดท้ายพุ่งขึ้นผิดปกติ

เกมการตลาดรถยนต์วันนี้ดุเดือดเลือดพล่านจริง ๆ