GISTDA เผย PM2.5 พบ 21 จังหวัด โซนเหนือ-อีสานอ่วม มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ‘เชียงราย เชียงใหม่’ ทะลุ 200 ไมโครกรัม กทม. อากาศดีทุกเขต ส่วนจุดความร้อนไทยลดลงเหลือ 1,280 จุด แม่ฮ่องสอนพบมากที่สุด 299 จุด เมียนมาทะลุ 7 พันจุด
วันที่ 6 เมษายน 2567 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงาน ข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 6 เมษายน 2567 พบ 21 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ
ได้แก่ #เชียงราย 210.8 ไมโครกรัม #เชียงใหม่ 206.6 ไมโครกรัม #แม่ฮ่องสอน 190.2 ไมโครกรัม #ลำพูน 172.2 ไมโครกรัม #พะเยา 148.5 ไมโครกรัม #ลำปาง 140.9 ไมโครกรัม #น่าน 139.8 ไมโครกรัม #แพร่ 121.5 ไมโครกรัม
#นครพนม 118.6 ไมโครกรัม #เลย 108.4 ไมโครกรัม #บึงกาฬ 108.1 ไมโครกรัม #อุตรดิตถ์ 108 ไมโครกรัม #หนองคาย 95.8 ไมโครกรัม #ตาก 94.7 ไมโครกรัม #สกลนคร 92.2 ไมโครกรัม #หนองบัวลำภู 90.4 ไมโครกรัม #อุดรธานี 88.6 ไมโครกรัม #สุโขทัย 87.7 ไมโครกรัม #กาฬสินธุ์ 86.4 ไมโครกรัม #มุกดาหาร 84.3 ไมโครกรัม และ #อำนาจเจริญ 77.8 ไมโครกรัม
ในขณะที่อีก 17 จังหวัดมีค่าเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม ที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครเช้าวันนี้พบว่ามีคุณภาพอากาศดีไปจนถึงอากาศดีมาก
ทั้งนี้ ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
ขณะที่ ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) และจากดาวเทียมอีกหลายดวง เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2567 ไทยพบจุดความร้อนทั้งประเทศ 1,280 จุด ข้อมูลจากดาวเทียมยังระบุอีกว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 572 จุด ตามด้วยพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 402 จุด พื้นที่เกษตร 165 จุด พื้นที่ สปก. 75 จุด แหล่งชุมชนและอื่น ๆ 54 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 12 จุด สำหรับจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนมากที่สุด คือ #แม่ฮ่องสอน 299 จุด
ส่วนประเทศเพื่อนบ้านพบจุดความร้อนต่อเนื่อง โดยสูงสุดวานนี้ยังคงเป็นเมียนมา 7,692 จุด ตามด้วยลาว 5,044 จุด ไทย 1,280 จุด เวียดนาม 523 จุด กัมพูชา 409 จุด และมาเลเชีย 150 จุด
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรง GISTDA ยังคงติดตาม วิเคราะห์ และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่