แม่สอด
หอการค้าตากชี้การสู้รบรัฐบาลทหารเมียนมากับกลุ่มต่อต้านกระทบการค้าขนส่งสินค้าชายแดนสูญกว่า 1.3 แสนล้าน เฉพาะเดือนเมษายน 2567 เพียง 8 วัน สร้างมูลค่าความเสียหายแล้ว 6,000-7,000 ล้านบาท
วันที่ 8 เมษายน 2567 นายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ในฐานะที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากกลุ่มต่อต้านฝ่ายรัฐบาลเมียนมาได้เข้ายึดค่ายทหารเมียนมา และสามารถควบคุมพื้นที่ จ.เมียวดี ได้สำเร็จ
วันนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณด่านพรมแดนแม่สอด-เมียวดี ยังเปิดดำเนินการตามปกติ ทั้งด่านฝั่งเมียนมา และฝั่งไทย ประชาชนสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ปกติ แต่หากพิจารณาภาพรวมสถานการณ์การค้าชายแดนตั้งแต่มีการสู้รบกันช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา (1 ต.ค. 66-29 ก.พ. 67) ลดลงประมาณ 138,167.63 ล้านบาท

“หากเจาะลึกเฉพาะเดือนเมษายน 2567 เพียง 8 วัน สร้างมูลค่าความเสียหายต่อผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแล้วประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท จะเห็นว่าการบุกยึดครั้งนี้ไม่ได้คำนึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ” นายประเสริฐกล่าวและว่า
หากวิเคราะห์ภาพรวมการสู้รบที่มีมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 ถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาถึง 4 ด้าน ได้แก่ 1) สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าครองชีพของเมียนมาสูงขึ้น ความต้องการสินค้าภายในประเทศเมียนมายังมีสูง โดยเฉพาะความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค ชาวเมียนมาที่ข้ามมาซื้อสินค้าที่ด่านแม่สอดลดน้อยลง
2) ต้นทุนสินค้าของไทยบางประเภทมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดที่เป็นวัตถุดิบหลักในการประกอบอาหารสัตว์ ตามปกติด่านแม่สอดจะมีการนำเข้าข้าวโพดหรือพืชไร่จากฝั่งเมียนมาเข้ามา เพราะเป็นเส้นทางสะดวกที่สุด แต่ตอนนี้การนำเข้าลดลงด้วย
3) หากสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น อาจจะมีการสั่งปิดหรือชะลอการขนส่ง ดังนั้น ต้องหาช่องทางขนส่งสินค้าไปทางด่านชายแดนด้านอื่น เช่น ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ด่านแม่สาย จ.เชียงราย และด่านเชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเส้นทางมีความลำบาก กระทบค่าขนส่งที่แพงขึ้น
4) ช่วงเดือนมีนาคม 2567 ด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ทั้งแห่งที่ 1 และแห่งที่ 2 ถูกวางระเบิดทำให้ได้รับความเสียหาย สินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างและอื่น ๆ ได้รับผลกระทบต้องหยุดการขนส่งออกทางด่านแม่สอด โดยผู้ประกอบการบางรายเลือกวิ่งขนส่งผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.แม่สาย, จ.กาญจนบุรี, จ.ระนอง แทน เพราะเป็นเส้นทางตรงไปสู่เมืองย่างกุ้ง ระยะทางใกล้ที่สุดประมาณ 400 กม. แต่ระหว่างเส้นทางที่วิ่งผ่านจะมีการตั้งด่านลอยหลายจุด และมีเรียกเก็บเงินค่าผ่านทางสูงไปตลอดเส้นทางเช่นกัน
ทั้ง 4 ปัจจัยนี้ ส่งผลให้มูลค่ารวมทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ลดลง ประมาณ 17-18% และคาดว่าจะส่งผลให้มูลค่าการส่งออกในไตรมาส 2 ลดลง ประมาณ 10-20% หากพิจารณาเฉพาะเดือนเมษายน 2567 มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดือนเมษายน 2567 มีมูลค่าความเสียหายลดลงประมาณ 10%
“อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการค้าชายแดนที่แม่สอดบางส่วนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่การค้าชายแดนชะงักลงเล็กน้อยในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการชะลอขนส่งสินค้าในช่วงสงกรานต์ ประชาชนในพื้นที่ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ เพียงแต่ขณะนี้ทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายกลาโหม มหาดไทย เข้าดูแลรักษาความเรียบร้อย และประสานงานบริเวณชายแดนอย่างต่อเนื่อง ส่วนทางจังหวัดเองพร้อมรับมือหากเกิดผลกระทบกับประชาชนฝั่งไทย” นายประเสริฐกล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานด่านศุลกากรแม่สอดพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-29 ก.พ. 67 มูลค่าการค้าชายแดนของด่านศุลกากรแม่สอดรวม 86,099.21 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2566 มีมูลค่าการค้าชายแดนรวม 224,266.84 ล้านบาท ลดลง 138,167.63 ล้านบาท โดยสินค้าส่งออกสูงสุด คือ น้ำมันดีเซล 1) 1,632.31 ล้านบาท 2) โทรศัพท์พร้อมอุปกรณ์ 1,484.62 ล้านบาท และ 3) น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ 1,386.01 ล้านบาท