GISTDA เผย PM 2.5 พบ 10 จังหวัด โซนเหนือ-อีสาน ค่าฝุ่นมีผลกระทบต่อสุขภาพ กทม. พื้นที่เขตหนองแขม ค่าฝุ่นเริ่มมีผลต่อสุขภาพ ส่วนจุดความร้อนไทยทะยานแตะ 1,262 จุด แม่ฮ่องสอนมากสุดพบ 163 จุด
วันที่ 19 เมษายน 2567 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 วันที่ 19 เมษายน 2567 พบ 10 จังหวัด มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ
ได้แก่ ลำพูน 109.6 ไมโครกรัม แม่ฮ่องสอน 108 ไมโครกรัม ลำปาง 107.9 ไมโครกรัม เชียงใหม่ 102.9 ไมโครกรัม น่าน 101.1 ไมโครกรัม แพร่ 95 ไมโครกรัม พะเยา 94.9 ไมโครกรัม เชียงราย 84.3 ไมโครกรัม อุตรดิตถ์ 79.3 ไมโครกรัม นครพนม 75.7 ไมโครกรัม
ในขณะที่อีก 28 จังหวัดโซนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังจมฝุ่น และมีค่าคุณภาพอากาศเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครส่วนใหญ่พบคุณภาพอากาศในระดับปานกลาง ยกเว้นมี 1 เขตพื้นที่มีค่าฝุ่นเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ คือ หนองแขม 42.6 ไมโครกรัม
ทั้งนี้ ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
พร้อมกันนี้ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) และจากดาวเทียมอีกหลายดวง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 ไทยพบจุดความร้อนทั้งประเทศ 1,262 จุด ข้อมูลจากดาวเทียมยังระบุอีกว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่พบในป่าอนุรักษ์ 413 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 395 จุด พื้นที่เกษตร 240 จุด ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ 104 จุด เขต ส.ป.ก. 99 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 11 จุด
สำหรับจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนมากที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน 163 จุด ในขณะที่ข้อมูลจากดาวเทียมพบ 5 พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าซึ่งต้องเฝ้าระวังสูงสุดในสุดสัปดาห์นี้ ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ และลำปาง
ส่วนประเทศเพื่อนบ้านยังพบจุดความร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยสูงสุดวานนี้อยู่ที่ประเทศลาว 2,666 จุด ตามด้วยพม่า 1,316 จุด ไทย 1,262 จุด กัมพูชา 628 จุด เวียดนาม 296 จุด และมาเลเชีย 20 จุด
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรง GISTDA ยังคงติดตาม วิเคราะห์ และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่
