เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

เกิดอะไรขึ้นกับอุตฯ รถอีวี ตลาดชะลอตัว-ค่ายยักษ์เบรกลงทุน

01 พ.ค. 2567 | 09:25น.
NETHERLANDS-TRANSPORT-ENERGY-ENVIRONMENT
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือรถอีวีลดลงอย่างเห็นได้ชัดในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป

ในสหรัฐอเมริกายอดส่งมอบรถอีวีไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนในภาคพื้นยุโรปซึ่งกระแสการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดอยู่ในระดับสูงกว่าที่อื่น ๆ ยอดขายอีวีก็ลดลงเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023

รายงานผลประกอบการของ “เทสลา” บริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำในการปฏิวัติอุตสาหกรรมอีวีสำหรับไตรมาสแรกของปีนี้ก็ออกมาย่ำแย่ ลดลงทั้งในแง่ของยอดขายและในแง่ของรายได้ มูลค่าหุ้นของบริษัทหายไปมากถึง 330,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2024 เป็นต้นมา

ทำนองเดียวกันกับ “อีวี สตาร์ตอัพ” อีกอย่างน้อย 5 บริษัท ซึ่งเคยมีมูลค่ารวมกันเกือบ ๆ 400,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ตอนนี้หดหายไปหลงเหลือเพียงแค่ 58,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ยักษ์ใหญ่ในวงการรถยนต์ของโลก ซึ่งเคยแข่งกันกระโจนเข้าสู่ตลาดอีวีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พากันเหยียบเบรกกันอุตลุด “ฟอร์ด” ประกาศชะลอแผนการลงทุนมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ออกไป ในขณะที่ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ออกมายอมรับว่า เป้าที่เคยตั้งไว้ว่าจะขายรถอีวีให้ได้มากพอ ๆ กับรถใช้น้ำมันภายในปี 2025 ต้องยืดยาวออกไปอีก 5 ปี เป็นปี 2030 เลยทีเดียว

คำถามที่น่าสนใจก็คือ เกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมรถอีวีกันแน่ เป็นเพราะถูกผู้ใช้รถยนต์ปฏิเสธ เนื่องจากเทคโนโลยียังดีไม่พอ ไปไหนไม่ได้ไกล แถมยังราคาแพงกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันแบบเดิม ๆ อยู่มากหรือไม่

หากการชะลอตัวอย่างรุนแรงครั้งนี้เกิดจากปัจจัยดังกล่าวจริง อนาคตของรถอีวีก็ไม่น่าจะสดใสเหมือนอย่างที่เคยคาดคิดกันเอาไว้หรืออย่างไรกัน

แต่ผู้สันทัดกรณีในอุตสาหกรรมรถยนต์กลับไม่คิดเช่นนั้น ต่างพากันคาดหวังว่า อีกไม่ช้าไม่นานความต้องการรถอีวีจะกลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่หวือหวาเหมือนช่วง “เห่อเทคโนโลยี” กันในตอนแรกก็ตาม แต่จะช่วยให้อุตสาหกรรมอีวีทรงตัวอยู่ได้และยืนหยัดต่อเนื่องต่อไปในระยะยาว

ข้อสังเกตที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ ภาวะชะลอตัวในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัฏจักรของตลาด ยอดขายรถอีวีในปี 2021 และ 2022 เติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะบรรดาผู้บริโภคที่มีเงินสดอยู่ในมือซื้อหากันเป็นว่าเล่นในช่วงดังกล่าว

หลังจากนั้น เกิดปัญหาอัตราดอกเบี้ยตามมา เพราะผู้ที่ซื้อรถยนต์เมื่อ 2 ปีก่อนจ่ายดอกเบี้ยอยู่ในระดับไม่ถึง 5% ขณะที่เวลานี้จำเป็นต้องจ่ายแพงขึ้นเป็นกว่า 8%

อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนั้นเป็นปัญหาแน่นอน ในเมื่อรถอีวีโดยรวมในเวลานี้ เทียบแล้วยังราคาแพงกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิมอยู่ระหว่าง 40-60%

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องราคารถไม่น่าจะเป็นปัญหาอยู่นานนัก ตรงกันข้ามกลับมีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคาของลิเทียมลดต่ำลง ส่งผลให้แบตเตอรี่ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอีวีลดต่ำลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเช่น รถอเนกประสงค์ที่เป็นอีวี เมื่อ 5 ปีที่แล้วราคาสูงลิ่ว เทียบกับเอสยูวีใช้น้ำมันทั่วไปแล้วแพงกว่า 2-3 เท่าตัว พอมาถึงปีนี้ก็ไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป อาทิ รถอีวีอย่าง ฟอร์ด เอฟ-150 ไลต์นิง ตอนนี้ราคาขายในสหรัฐอเมริกาเหลือไม่ถึง 40,000 ดอลลาร์ แพงกว่าเวอร์ชั่นใช้น้ำมันเพียงแค่ 4,000 ดอลลาร์เท่านั้นเอง

รายงานของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ระบุว่า ปัจจุบันรถอีวีขนาดเล็กในจีนราคาถูกกว่ารถใช้น้ำมัน โดยราคาอยู่ที่แค่ 2 ใน 3 ของราคารถยนต์ขนาดเดียวกันที่ใช้น้ำมันเท่านั้นเอง

ข้อสังเกตที่น่าสนใจอีกประการก็คือ การที่บรรดานักลงทุนเลิก “เห่อ” และไม่ได้เทเม็ดเงินเป็นพัน ๆ ล้านลงไปในอุตสาหกรรมอีวี จะเป็นการช่วยให้อุตสาหกรรมนี้ปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น โดยการขยายฐานลงไปสู่ “Mass Market” ไม่ได้เป็นตลาด “จำเพาะ” ที่สุดโต่งทางด้านเทคโนโลยีแต่อย่างใด

ผลสำรวจล่าสุดของ AlixPartners บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติอเมริกัน พบว่าผู้ซื้อรถยนต์ในจีนถึง 97% ระบุชัดเจนว่ารถคันต่อไปที่ตนซื้อจะเป็น “รถอีวี”

ในขณะที่ราว 70% ของคนอเมริกัน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ระบุว่าจะหันมาพิจารณารถอีวีจากจีน หากราคาต่ำกว่ารถแบบเดียวกันจากที่ไม่ใช่ของจีนถึง 20% ซึ่งใกล้เคียงกับส่วนต่างของราคาในความเป็นจริงแล้วในเวลานี้

เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า “อีวี” ยังมีอนาคตและยังคงเป็นที่ต้องการ รอฟื้นตัวในจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง