เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

เปิดแผน “อีวี” จีน ยึดตลาดสหรัฐอเมริกา

15 ธ.ค. 2566 | 10:52น.
CHINA-ECONOMY
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในจีนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเวลานี้นั้น ผู้รู้บางท่านถือว่าเป็น “กรณีศึกษา” ที่น่าสนใจศึกษาเรียนรู้อย่างยิ่งกรณีหนึ่ง

อุตสาหกรรมยานยนต์จีนเริ่มต้นจากการเป็นฐานการผลิตให้กับผู้ผลิตรายใหญ่ ๆ จากต่างประเทศ เมื่อพยายามเริ่มต้น “แบรนด์” ของตนเอง ก็ทำได้ไม่ดีนัก ชนิดมีชื่อเสียงติดปากว่าผลิตและประกอบได้ย่ำแย่ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แม้แต่ชาวจีนเองก็ยังหันไปให้ความนิยมกับรถยนต์ที่เป็นแบรนด์ต่างชาติ โดยเฉพาะบรรดารถหรูทั้งหลาย ไม่ว่าจะจากฝั่งสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปก็ตาม

ด้วยเหตุที่จีนเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บรรดาค่ายรถยนต์จากสหรัฐอเมริกาและยุโรปจึงพากันทำรายได้เข้ากระเป๋ากันเป็นกอบเป็นกำ

แต่เพียงชั่วระยะเวลาไม่นานนัก ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

ตัวเลขยอดขายเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา สะท้อนเรื่องนี้ให้เห็นได้ชัดเจน ยักษ์รถยนต์อเมริกันอย่างเจเนอรัล มอเตอร์ส ทำยอดขายในจีนหดหายไปถึง 20% ส่วนฟอร์ด หนักหนาสาหัสยิ่งกว่า หายไปมากถึง 33.5% คนจีนหันไปซื้อรถยนต์จีนด้วยกันเองกันขนานใหญ่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ที่จีนผลิตเอง

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็คือ การตระหนักรู้ของรัฐบาลจีน ที่เล็งเห็นว่าการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์แบบดั้งเดิม มีแต่จะตามหลัง หรืออย่างดีก็ทำได้เสมอตัวกับบรรดายักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ต่างจากการผลักดันอุตสาหกรรมอีวี ที่คู่แข่งจากทุกชาติไม่มีใครมีองค์ความรู้เหนือกว่ากันเท่าใดนัก สตาร์ตอัพอีวีของจีนเองหลายบริษัทจึงกลายเป็นเป้าส่งเสริมแบบสุดตัวจากรัฐบาลด้วยเหตุนี้

ทางการจีนไม่เพียงสนับสนุนผู้ผลิตจีนอย่างเดียวเท่านั้น ยังจ่ายเงินช่วยเหลือผู้บริโภคชาวจีนก้อนโตเพื่อส่งเสริมการใช้รถอีวี และลุยสร้างระบบนิเวศของรถไฟฟ้า ทำให้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างสถานีชาร์จขยายตัว แพร่ออกไปอย่างมีนัยสำคัญ

เท่านั้นยังไม่พอ จีนสนับสนุนจนอุตสาหกรรมผลิตแบตเตอรี่ของตนขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทแบตเตอรี่จีนโตเร็วมาก ที่ยกตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจนก็คือ CATL ที่ในเวลานี้กลายเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน อันดับ 1 ของโลก โค่นยักษ์ใหญ่อย่างพานาโซนิคจากญี่ปุ่น และแอลจีจากเกาหลีใต้ลงได้อย่างงดงาม

สิ่งเหล่านี้ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ไม่เพียงมีคุณภาพและเทคโนโลยีในระดับที่ประชันได้ไม่อายใครแล้ว ราคายังต่ำชวนดึงดูดใจกว่าใคร ๆ เขาอีกด้วย

ผลลัพธ์นั้นชัดเจนอย่างยิ่ง ยอดขายรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในจีน (ทั้งที่เป็นอีวีและเป็นไฮบริด) จากเดิมที่ขายกันอยู่แค่ 1.3 ล้านคันต่อปี พุ่งพรวดขึ้นอย่างน่าตกใจเป็นปีละ 6.8 ล้านคันในช่วงระหว่างปี 2020-2022 ที่ผ่านมา ดันยอดรวมพุ่งขึ้นเป็น 35% ของตลาดรถยนต์จีนทั้งตลาด

เมื่อตลาดภายในประเทศพุ่งฉิวติดลม จีนก็เริ่มคิดถึงการส่งออก เริ่มขยายฐานการผลิตออกไปทั่วโลก แต่ไม่มีฐานการผลิตที่ไหนน่าจับตามองเท่า “เม็กซิโก” อีกแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน จีนไม่เคยผลิตหรือขายรถยนต์ของตนในเม็กซิโกเลยแม้แต่คันเดียว พอถึงปี 2020 จีนใช้เงินราว 90 ล้านดอลลาร์ สร้างโรงงานผลิตรถอีวีแห่งแรกขึ้นที่เม็กซิโก พอถึงปี 2022 จำนวนโรงงานผลิตรถอีวีของจีนเพิ่มเป็น 9 โรง เงินลงทุนเพิ่มเป็นเกือบ 400 ล้านดอลลาร์

ทุกวันนี้อีวีจีน ที่ตั้งราคาเย้ายวนใจ ตกแต่งภายในหรูหรา แถมยังใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุด กำลังขายดีในเม็กซิโก คิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 9% ของรถยนต์ทุกรูปแบบที่ขายอยู่ที่นั่น

แต่เป้าหมายหลักของจีนไม่ใช่เม็กซิโก หากแต่เป็นตลาดรถยนต์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกาต่างหาก

ปัจจุบัน “สหรัฐอเมริกา” เรียกเก็บภาษีนำเข้าสำหรับรถ “เมดอินไชน่า” ทุกคันสูงถึง 27.5% ตามนโยบายที่กำหนดไว้ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ภาษีดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้ได้กับรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานจีนในเม็กซิโก ตามข้อกำหนดในความตกลงสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา หรือยูเอสเอ็มซีเอ (ปรับปรุงจากนาฟต้าแต่เดิม) ที่ทำขึ้นในยุคทรัมป์เช่นเดียวกัน

ข้อกำหนดในยูเอสเอ็มซีเอ ระบุไว้ว่า รถยนต์ที่ผลิตโดยใช้ชิ้นส่วนซึ่ง “ทำในอเมริกาเหนือ” เกินกว่า 75% ขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า เท่ากับว่าจีนสามารถส่งรถอีวีที่ผลิตในเม็กซิโก ด้วยต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าในจีนเข้าไปขายในสหรัฐได้โดยไม่ต้องเสียภาษี เพิ่มกำไรมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับรถอเมริกันได้ดีขึ้น

อีวีจีนที่ราคาถูกกว่าอีวีที่ผลิตในสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทอเมริกันอยู่ก่อนแล้ว จะยิ่งถูกกว่าลงไปอีก เมื่อผสมผสานกับแรงดึงดูดอื่น อาทิ การตกแต่งภายในและเทคโนโลยีที่จีนเป็นต้นแบบอยู่ในเวลานี้ การยึดครองตลาดอีวีในสหรัฐอเมริกา เพิ่มความเป็นไปได้ขึ้นอีกหลายระดับ

ในปี 2030 สหรัฐอเมริกากำหนดนโยบายเอาไว้ว่า ครึ่งหนึ่งของรถที่ขายกันในปีนั้นจะต้องเป็นรถอีวี ที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นไปได้ยากมากขึ้นทุกที เพราะต้นทุนการผลิตอีวีอเมริกันแพงระยับ ทำให้ราคาอีวีอเมริกันแพงหูฉี่ตามไปด้วย

ยุทธศาสตร์อีวีจีนก็คือ ส่งรถอีวีคุณภาพสูง ราคาถูกของตนเข้าไปแทนที่อีวีอเมริกัน ครองส่วนแบ่งตลาดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ก่อนรุกสู่ตลาดอเมริกาใต้ แคนาดา และยุโรปต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้นั่นเอง