เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
World แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
Economic กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
แต่งตั้ง ‘ปกรณ์’ ลุยตรวจทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 68 ขีดเส้น 30 วัน
Politics แต่งตั้ง ‘ปกรณ์’ ลุยตรวจทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 68 ขีดเส้น 30 วัน
รอมา 30 ปี ปมชดเชยเขื่อนป่าสักขยับ ปลัดเกษตรฯ รับปากเร่งช่วย 114 ราย
Economic รอมา 30 ปี ปมชดเชยเขื่อนป่าสักขยับ ปลัดเกษตรฯ รับปากเร่งช่วย 114 ราย
ก.ล.ต. เกาะติดปมมีรายงานบุคคลเข้าถือครองหุ้น TRUE ไม่รู้ที่มา-เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันเคร่งครัดกฎหมาย
Finance ก.ล.ต. เกาะติดปมมีรายงานบุคคลเข้าถือครองหุ้น TRUE ไม่รู้ที่มา-เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ยันเคร่งครัดกฎหมาย
ไทยบุกมาเก๊า ไลฟ์ขายทุเรียน 2 ชั่วโมง ฟัน 2.1 ล้าน ลุ้นโกย 32 ล้าน
Economic ไทยบุกมาเก๊า ไลฟ์ขายทุเรียน 2 ชั่วโมง ฟัน 2.1 ล้าน ลุ้นโกย 32 ล้าน
อาเซียนจับตาวิกฤตอาหารโลก ไทยชูบทบาทฐานอุปทานภูมิภาค รับมือเอลนีโญ-ภูมิรัฐศาสตร์
Economic อาเซียนจับตาวิกฤตอาหารโลก ไทยชูบทบาทฐานอุปทานภูมิภาค รับมือเอลนีโญ-ภูมิรัฐศาสตร์
พาณิชย์ลุยนอมินีรอบใหม่ 1 ส.ค. ปิดช่องต่างชาติอำพรางธุรกิจไทย
Economic พาณิชย์ลุยนอมินีรอบใหม่ 1 ส.ค. ปิดช่องต่างชาติอำพรางธุรกิจไทย
ม็อบลุ่มน้ำกก ยื่นกงสุลจีนจ.เชียงใหม่ หยุดจีนสีเทาปล่อยโลหะหนักกระทบนับล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ม็อบลุ่มน้ำกก ยื่นกงสุลจีนจ.เชียงใหม่ หยุดจีนสีเทาปล่อยโลหะหนักกระทบนับล้าน
ต้นแบบโรงงาน ‘วี.ที. การ์เม้นท์’ ปั้นฐานผลิตรักษ์โลก-เลิกของถูก
Economic ต้นแบบโรงงาน ‘วี.ที. การ์เม้นท์’ ปั้นฐานผลิตรักษ์โลก-เลิกของถูก
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทผันผวน หลังการประชุมเฟด

02 พ.ค. 2567 | 18:25น.

ค่าเงินบาทผันผวน หลังการประชุมเฟด และมีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมที่ 5.25-5.50% เหตุเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง 

วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/5) ที่ระดับ 36.99/37.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/4) ที่ระดับ 37.05/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางตามตลาดโลก โดยในคืนวันพุธที่ผ่านมา (1/5) คณะกรรมการนโยบายการเงินของสหรัฐ ได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมที่ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 6 หลังจากที่ฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. 2565

โดยทางคณะกรรมการเฟดได้ชี้แจงเหตุผลว่า ทางเฟดได้รับข้อมูลว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่การจ้างงานก็ยังคงมีความแข็งแกร่งเช่นกัน โดยอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงมากกว่ากรอบเป้าหมายของเฟดที่ 2% โดยคณะกรรมการเฟดจะพยายามหาแนวทางที่จะบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในระยะยาว

ทั้งนี้การคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมครั้งนี้นั้น เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนกันยายน และอาจจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยลงเพียง 1 ถึง 2 ครั้งเท่านั้น

ทางด้านนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้กล่าวว่าไม่ว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในปีนี้จะออกมาเช่นใด เฟดจะยังคงมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้พาวเวลล์ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 11-12 มิถุนายน

นอกจากนี้เฟดยังได้ประกาศชะลอการใช้มาตรการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening : QT) ซึ่งถือเป็นมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 เฟดจะลดวงเงินพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่จะปล่อยให้ครบอายุในแต่ละเดือนโดยไม่มีการซื้อเพิ่มเติม เหลือเพียง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ระดับ 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะทีคงวงเงิน MBS ที่จะปล่อยให้ครบอายุในแต่ละเดือนโดยไม่มีการซื้อเพิ่มเติม อยู่ที่ระดับ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

ทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ในคืนวันอังคาร (30/4) ได้มีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายนออกมาอยู่ที่ 97.0 ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 104 และน้อยกว่าในเดือนมีนาคมที่ระดับ 103.1 ในส่วนของคืนวันพุธ (1/5) ได้มีการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนเมษายน จาก ADP อยู่ที่ 192,000 ตำแหน่ง มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 179,000 ตำแหน่ง แต่น้อยกว่าในเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ระดับ 208,000 ตำแหน่ง

ทางด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายอยู่ที่ระดับ 50 มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และมากกว่าในเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ระดับ 49.9 และในส่วนของตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงานเดือนมีนาคมลดลงมาอยู่ที่ 8.49 ล้านตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 8.68 ล้านตำแหน่ง และน้อยกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ระดับ 8.81 ล้านตำแหน่ง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่า การส่งออกของไทยจะกลับมาขยายตัวตั้งแต่เดือนเมษายนและคาดว่าจะขยายตัว 2% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตรและผลไม้ การฟื้นตัวของวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ รถไฟฟ้า และพลังงานสะอาดของโลก รวมถึงค่าเงินที่อ่อนค่า โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.86-37.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.96/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/3) ที่ระดับ 1.0709/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/4) ที่ระดับ 1.0726/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา (30/4) ทางยูโรโซนได้มีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคในเดือนเมษายนอยู่ที่ระดับ 2.4% เมื่อเทียบรายปี และเท่ากับในเดือนมีนาคม

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาพลังงาน อาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ชะลอตัวลงจาก 2.9% ในเดือนมีนาคม สู่ระดับ 2.7% ในเดือนเมษายน โดยมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.6% โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0694-1.0728 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0696/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/5) ที่ระดับ 156.71/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (30/4) ที่ 156.91/92 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ในคืนที่ผ่านมา ค่าเงินเยนได้อ่อนค่าขึ้นไปแตะระดับ 158.01 ภายหลังจากการประชุมเฟด ก่อนจะแข็งค่ากลับลงมาอยู่ที่ระดับ 153.16 ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยทางนักลงทุนมองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมาจากการแทรกแซงค่าเงินเยนของรัฐบาลญี่ปุ่น

ทั้งนี้ทางญี่ปุ่นยังคงไม่ได้กล่าวว่ามีการแทรกแซงเกิดขึ้น แต่คาดการณ์ว่ากระทรวงการคลังน่าจะมีการเปิดเผยการแทรกแซงในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนได้พุ่งแตะระดับ 160 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.00-156.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 155.21/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (2/5), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน มี.ค.ของสหรัฐ (2/5), ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน เม.ย. ของสหรัฐ (3/5), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน เม.ย. (3/5) และดัชนีภาคบริการเดือน เม.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (3/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.1/-8.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.0/5.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ