เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

เปิดมุมมอง “บิ๊กธุรกิจ” ไทยได้อะไร Data Center “ไมโครซอฟท์”

05 พ.ค. 2567 | 18:30น.
big business

การมาเยือนไทยในรอบ 8 ปีของ สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอบิ๊กเทคระดับโลกอย่าง “ไมโครซอฟท์” ในงาน Microsoft Build : AI Day ที่จัดเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มาพร้อมการประกาศตั้ง “Azure Region” หรือดาต้าเซ็นเตอร์เต็มรูปแบบแห่งแรกในประเทศไทย สืบเนื่องจากการลงนามความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์และรัฐบาลไทยในการประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือน พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

นายสัตยากล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่นและโอกาสในการสร้าง
อนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมดิจิทัลและ AI การเปิดดาต้าเซ็นเตอร์ระดับภูมิภาคแห่งใหม่ ควบคู่ไปกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ รวมถึงการเสริมสร้างทักษะด้าน AI ล้วนเป็นแผนงานที่ต่อยอดพันธกิจของไมโครซอฟท์ เพื่อช่วยให้องค์กรไทย ทั้งในภาครัฐและ
ภาคเอกชนเติบโต สร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย

ข้อมูลของงานวิจัยจากบริษัทที่ปรึกษา Kearney ระบุว่า AI จะช่วยเพิ่มมูลค่า GDP ของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (37 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 โดยในจำนวนนี้คิดเป็นยอด GDP ของประเทศไทยที่จะเพิ่มขึ้นถึง 117,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (4.3 ล้านล้านบาท)

จุดพลุ “ไทย” ศูนย์กลางภูมิภาค

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า AI เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่มีพลังมากที่สุดในทศวรรษนี้ ทั้งเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต สถานที่ทำงาน และวิธีการดำเนินธุรกิจ โดยไทยมีความพร้อมสนับสนุนให้อุตสาหกรรม AI เติบโต เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ โครงข่ายมือถือ โครงสร้างพื้นฐาน 5G และโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ

“ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งได้ดำเนินนโยบายสำคัญหลายประการ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับสถานะไทยในโลก โดยรัฐบาลกำลังขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ระยะที่ 2 ช่วงปี 2567-2570 โดยใช้ประโยชน์จากพลังของ
AI และการประมวลผลแบบคลาวด์ในประเทศ เพื่อดำเนินโครงการส่งเสริมระบบนิเวศ AI ของไทย”

โดยวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND” ที่ได้ประกาศเมื่อเดือน ก.พ. 2567 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคใน 8 อุตสาหกรรมหลัก รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล การท่องเที่ยว สุขภาพและการแพทย์ อาหาร การบิน ขนส่ง ยานยนต์แห่งอนาคต และการเงิน ซึ่งเกี่ยวกับการดึงเม็ดเงินการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเข้าสู่ประเทศ เพื่อรักษาระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยและจัดการโครงสร้างพื้นฐาน

“การประกาศความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของเราบนเส้นทางสู่วิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND มุ่งสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนได้เติบโต สร้างสรรค์นวัตกรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”

ปลดล็อกศักยภาพรัฐ-เอกชน

ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ของไมโครซอฟท์ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เพราะการมีดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย จะทำให้ข้อมูลที่เกิดในไทยอยู่แค่ในไทย ไม่หลุดไปอยู่บนดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประเทศอื่น ซึ่งเกินความสามารถที่เราจะไปกำกับดูแลและควบคุมขอบเขตการใช้ข้อมูลได้

“กิจกรรมหรือการประชุมบางอย่างของรัฐต้องเป็นความลับ และมีกฎควบคุมว่าต้องเก็บรักษาข้อมูลให้อยู่แค่ในประเทศเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นผ่านระบบคลาวด์ได้ เพราะมีการส่งข้อมูลไปที่ดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศอื่น ส่งผลให้การทำงานผ่านระบบดิจิทัลทุกขั้นตอนเกิดขึ้นได้ยาก”

ดร.ชัยชนะกล่าวต่อว่า ดาต้าเซ็นเตอร์จะมีส่วนช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากดิจิทัลได้รับอานิสงส์การเติบโตและมีโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่มีความเกี่ยวข้องกับดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง รวมถึงเป็นโอกาสในการนำความรู้ใหม่ ๆ เข้าสู่ประเทศ เช่น การรักษาความปลอดภัยดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นต้น

“โอกาสจากดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีอีกมาก เพราะความต้องการใช้ดาต้าเพิ่มขึ้นทุกวัน และเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้เกิดการต่อยอดสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปพร้อมกัน คือการส่งเสริมอีโคซิสเต็มการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ให้แข็งแรง เช่น ผลักดันให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง และเพิ่มทักษะการจัดการดาต้า เป็นต้น”

สร้างอาชีพ-ธุรกิจใหม่

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะช่วยลดปัญหาเรื่องถิ่นที่อยู่ของข้อมูล (Data Residency) เวลาเกิดข้อพิพาททางการเมืองต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยของข้อมูล ช่วยให้หลาย ๆ องค์กรเชื่อมั่นในการใช้งานคลาวด์มากขึ้น 
ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายสเกลทางธุรกิจด้วย

“องค์กรในไทยยังมีความกังวลที่จะใช้คลาวด์ โดยองค์กรที่ใช้คลาวด์ 100% มีสัดส่วนน้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่ยังเก็บข้อมูลแบบ On-Premise หรือตั้งเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง ซึ่งมีข้อจำกัดในการขยายสเกล และจัดการกับข้อมูลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

นายพชรกล่าวต่อว่า การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศยังช่วยลดปัญหาด้านความหน่วง (Latency) เพราะระยะทางในการรับ-ส่งข้อมูลสั้นลง ทำให้ใช้เวลาน้อยลงตามไปด้วย จากที่เคยใช้เวลาส่งข้อมูลขาไปและขากลับรอบละ 100 มิลลิวินาที รวมเป็น 200 มิลลิวินาที อาจเหลือเพียงรอบละ 50 มิลลิวินาที รวมเป็น 100 มิลลิวินาที ซึ่งความต่างตรงนี้มีผลต่อการสั่งงานแบบเรียลไทม์มาก ๆ ยิ่งระบบมีความหน่วงต่ำ จะยิ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่มีโอกาสต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่ ๆ ได้มากขึ้น เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ ที่ต้องอาศัยการสั่งการผ่านการรับ-ส่งข้อมูลอย่างรวดเร็ว เป็นต้น

“นอกจากจะเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยยังช่วยเพิ่มการจ้างงานด้านดิจิทัลด้วย โดยเฉพาะตำแหน่ง System Administrator หรือคนที่ดูแลระบบหลังบ้าน ซึ่งมองว่านี่คือโอกาสสำหรับทาเลนต์ไทยที่มีความสามารถอยู่แล้ว”

สะท้อนความเชื่อมั่น “ไทย”

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การมีดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยจะช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศแข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมต่อการเป็น Digital Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบในการนำเทคโนโลยีมาใช้อยู่แล้ว โดยเฉพาะบริการทางการเงินที่ปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ยุคบล็อกเชนเป็นต้นมา

“การตัดสินใจของไมโครซอฟท์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนกับไทยอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบริษัทมีดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศใกล้ ๆ กับไทยอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาลงทุนเพิ่มก็ได้ เพราะอาจจะไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่เขาก็ยังเลือกมาไทย เพราะ 3 สิ่งที่เล็งเห็น ได้แก่ 1.มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโต 2.ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยเป็นอย่างดี และ 3.ทิศทางการแข่งขันด้านดิจิทัลของไทยมีความชัดเจน”