Skip to content

กรุงศรี ประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 36.50-37.00 บาท/ดอลลาร์

13 พ.ค. 2567 | 15:34น.
กรุงศรี ประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ 36.50-37.00 บาท/ดอลลาร์

กรุงศรี คาดการณ์ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์ ลุ้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ

วันที่ 13 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินเงินบาทในสัปดาห์นี้ (13-17 พ.ค.) ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 36.50-37.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 36.71 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในช่วง 36.68-37.03 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินยูโรแต่แข็งค่าเมื่อเทียบกับเยนในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะที่สมาชิกธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงมุมมองที่แตกต่างกันเรื่องจังหวะเวลาในการปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไป

อย่างไรก็ดี ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 เดือน ส่งผลให้ตลาดคาดหวังว่าภาคแรงงานที่ลดความร้อนแรงลงอาจทำให้เฟดลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น ทางด้านธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) คงดอกเบี้ยไว้ที่ 5.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี แต่ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อลง โดยส่งสัญญาณว่าบีโออีอาจจะลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่นักลงทุนคาดไว้

ส่วนเงินเยนอ่อนค่าลงแม้ทางการญี่ปุ่นแสดงความกังวลมากขึ้นต่ออัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อเงินเฟ้อ โดยปูทางไปสู่โอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปหลังจากญี่ปุ่นยุติการใช้ดอกเบี้ยติดลบเมื่อเดือนมีนาคม ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 1,597 ล้านบาท แต่มียอดซื้อพันธบัตรสุทธิ 436 ล้านบาท

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรี ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ตลาดในสัปดาห์นี้ว่า ตลาดจะติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกเดือนเมษายนของสหรัฐ รวมถึงความเห็นประธานเฟด โดยกรณีที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐสูงเกินคาดจะทำให้ผู้ร่วมตลาดตั้งคำถามอย่างจริงจังมากขึ้นว่าเฟดจะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยปีนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม กรุงศรียังคงเชื่อว่าตลาดได้ลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ไปไกลเกินไป ดังนั้นหากตัวเลขออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ จะเปิดความเสี่ยงด้านขาลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐและค่าเงินดอลลาร์ สนับสนุนการฟื้นตัวของสกุลเงินภูมิภาค รวมถึงเงินบาทในระยะข้างหน้า

นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เข้าสู่ช่วงพักฐานคือสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนอกสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากฝั่งยุโรปและจีน โดยในสัปดาห์นี้นักลงทุนจะให้ความสนใจกับการเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตและบริโภคเดือนเมษายนของจีน หลังจากที่จีนรายงานว่ายอดส่งออกขยายตัว 1.5% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากส่งออกหดตัว 7.5% ในเดือนมีนาคม ขณะที่ยอดนำเข้าของจีนพุ่งขึ้นเกินคาดที่ 8.4% ในเดือนเมษายน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท