เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ พุ่งขึ้นแตะระดับ 3%
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (9/5) ที่ระดับ 32.09/11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้นทะลุระดับ 3% ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 3.009% (9/5) ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.161% แม้ว่ากระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ขยับขึ้นเพียง 0.1% ในเดือนเมษายนเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 4 เดือน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมีนาคม นอกจากนี้แล้วกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ยังคงเปิดเผยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนมีนาคม แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.5% ขณะเดียวกันยอดขายในภาคค้าส่ง ชี้ให้เห็นว่า ผู้ค้าส่งจะใช้เวลา 1.26 เดือนในการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดในสต็อก โดยลดลงจากระดับ 1.28 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
นอกจากนี้แล้ว นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้มีการกล่าวถึงนโยบายกีดกันทางการค้าว่าอาจส่งผลให้ภาคธุรกิจชะลอการลงทุน แม้ว่าผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากนโยบายปฏิรูปภาษีแต่ยังไม่ได้ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมากนักในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามนายบอสติคยังคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงขยายตัวได้ดี ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงกว่าระดับเป้าหมายได้ในระยะสั้น โดยนายบอสติคสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 32.065-32.23 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.06/32.08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (10/5) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1846/47 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (9/5) ที่ระดับ 1.1855/57 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยตลาดยังคงรอผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.50% ในการประชุมวันนี้ (10/5) ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1848-1.1883 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1880/84 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (10/5) เปิดตลาดที่ระดับ 109.72/74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (9/5) ที่ระดับ 109.88/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (10/5) ว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจของชาวญี่ปุ่นที่ประกอบอาชีพที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ เช่น พนักงานขับรถแท็กซี่ และพนักงานร้านอาหาร ปรับตัวขึ้น 0.1 จุด แตะที่ 49.0 ในเดือนเมษายน เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายในอุตสาหกรรมอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และตลาดหุ้นที่มีเสถียรภาพ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 109.64-109.99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 109.73/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรับ (10/5) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (10/5) รายงานตัวเลขเงินเฟ้อของอังกฤษ (10/5) แถลงการณ์นโยบายการเงินอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (10/5) และประมาณการดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย UoM (11/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.0/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.5/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ