“นพ.เหวง” ข้องใจ ป.ป.ช.ยกคำร้องไม่ฟ้องศาลคดีสลายแดง ต่างจากคดีพธม.ที่ใช้เพียงแก๊สน้ำตา
“เหวง” ชี้ ป.ป.ช.ยกคำร้องสลายม็อบแดงยุค ”อภิสิทธิ์-สุเทพ” ทั้งที่ใช้กระสุนจริงยิงประชาชน ต่างจากรัฐบาลสมชาย ที่ใช้เพียงแก๊สน้ำตา
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.กล่าวว่า เมื่อเทียบเคียงกรณีสลายการชุมนุมวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดำเนินคดีกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกอีก 3 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบที่สั่งสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กระทั่งมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบที่รู้แล้วว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ไม่ยับยั้งด้วยวิธีการอื่นใดนอกเหนือการสลายชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องกับคดีสลายการชุมนุมเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ที่ต้องตั้งคำถามกับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ว่าเหตุใดจึงยกฟ้อง ทั้งที่เหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 เวลา 15.00 น. มีผู้เสียชีวิตคนแรกที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ คือนายเกรียงไกร คำน้อย ที่ศาลมีคำสั่งการตาย ว่าตายจากกระสุนของฝ่ายทหารที่เข้ามาทำหน้าที่ตามคำสั่งของศูนย์อำนวยการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ในเวลา 15.00 น. ซึ่งไม่ปรากฏชายชุดดำ ไม่ปรากฏว่าฝ่ายชาวบ้านเสื้อแดงมีอาวุธมีการยิงต่อสู้กับทหารที่มาทำหน้าที่ตามคำสั่งของ ศอฉ.แต่ประการใด แต่ ป.ป.ช.กลับยกคำร้อง ไม่ส่งฟ้องต่อศาล
“สมัยรัฐบาลสมชายใช้เพียงแก๊สน้ำตา ซึ่งพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนแล้วว่าแก๊สน้ำตาไม่ทำให้เสียชีวิต (มี RDX เพียง 7 กรัม) แต่ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่มีนายสุเทพ เป็นรองนายกฯ มีการตายเกิดที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ จากการใช้กระสุนสงครามของทหารยิงประชาชนมือเปล่า แล้วยังมีคำสั่งให้ใช้กระสุนจริงและอาวุธสงครามกับประชาชนสองมือเปล่าต่อไปอีก ทั้งที่ข้อเท็จจริงจากการวิจัยของนักวิจัย ศปช.ยืนยันว่าหากมีชายชุดดำจริง ชายชุดดำปรากฏตัวหลังเวลา 20.30 น. ภายหลังจากเหตุการณ์ทหารใช้กระสุนจริงสังหารประชาชนไปจำนวนกว่า 20 ศพเรียบร้อยแล้ว แล้วทำไม ป.ป.ช.จึงสั่งยกคำร้อง” นพ.เหวงกล่าว
นพ.เหวงกล่าวอีกว่า หากอ้างว่าเป็นมติของ ป.ป.ช.ชุดเก่า ป.ป.ช.ชุดใหม่ควรหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาทบทวนใหม่ ไม่เช่นนั้นความยุติธรรมของสังคมไทยก็จะเสียหาย และประชาชนที่เสียชีวิตจากกระสุนสงครามของทหารที่ทำตามคำสั่ง ศอฉ.เมื่อปี 2553 ก็จะตายฟรี และนี่ก็จะเป็นเหตุการณ์ที่ฆาตกรสังหารประชาชนสองมือเปล่ากลางถนนลอยนวลอย่างชัดเจน จากการตรวจสอบของกรรมาธิการฝ่ายความมั่นคงของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยนั้น พบว่ามีการใช้กระสุนจริงไปกว่าสองแสนนัด มีการใช้กระสุนสไนเปอร์ไปกว่าสองพันนัด ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันจะว่าอย่างไร
ที่มา : มติชนออนไลน์