Skip to content

ธุรกิจประกันชีวิต Q1 เบี้ยพุ่ง 1.63 แสนล้าน โต 4.72% “สุขภาพ-บำนาญ” มาแรง

28 พ.ค. 2567 | 11:51น.
ธุรกิจประกันชีวิต Q1 เบี้ยพุ่ง 1.63 แสนล้าน โต 4.72% “สุขภาพ-บำนาญ” มาแรง

สมาคมประกันชีวิตไทย เผยธุรกิจประกันชีวิตทั้งอุตสาหกรรม งวดไตรมาส 1/67 เบี้ยรับรวมแตะ 1.63 แสนล้านบาท เติบโต 4.72% “ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง-บำนาญ-สินค้าควบการลงทุน” มาแรง ขายผ่านตัวแทน-แบงก์ ยังยืนเบอร์ 1-2

วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ในฐานะนายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่างวดไตรมาส 1 ของปี 2567 (ม.ค.-มี.ค.) ธุรกิจประกันชีวิตทั้งอุตสาหกรรมฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 163,959 ล้านบาท เติบโต 4.72% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) แยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรายใหม่ (New Business Premium) อยู่ที่ 45,890 ล้านบาท เติบโต 2.07% และเบี้ยประกันชีวิตปีต่ออายุ (Renewal Year Premium) อยู่ที่ 118,068 ล้านบาท เติบโต 5.79% และมีอัตราความคงอยู่ 83%

สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ ประกอบด้วย 1.เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) จำนวน 29,841 ล้านบาท ลดลง 3.59% และ 2.เบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) จำนวน 16,050 ล้านบาท เติบโต 14.56%

และในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ เบี้ยรับรวมมาจากช่องทางขายดังต่อไปนี้ 1.ตัวแทนประกันชีวิต จำนวน 78,013 ล้านบาท สัดส่วน 47.58% เติบโต 2.20% 2.ธนาคาร 66,044 ล้านบาท สัดส่วน 40.28% เติบโต 5.49% 3.นายหน้า 11,228 ล้านบาท สัดส่วน 6.85% เติบโต 16.90%

4.ทางโทรศัพท์ 3,090 ล้านบาท สัดส่วน 1.88% ลดลง 11.62% 5.ทางดิจิทัล 313 ล้านบาท สัดส่วน 0.19% เติบโต 24.91% และ 6.ทางไปรษณีย์ 4 ล้านบาท สัดส่วน 0.002% ลดลง 39.79%

ส่วนการขายผ่านช่องทางอื่น ๆ (Others) เช่น การขาย Worksite การขายผ่านการออกบูท Walk-in และการขายผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ เป็นต้น มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 5,266 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.21% หรือเติบโต 23.30%

สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตในไตรมาสแรกปีนี้คือ สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพและคุ้มครองโรคร้ายแรง (Health และ CI) ที่มีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 32,776 ล้านบาท เติบโต 12.48% คิดเป็นสัดส่วน 19.99% ซึ่งหลัก ๆ มาจากการที่ประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพ และเริ่มตระหนักถึงความสำคัญในการทำประกันคุ้มครองสุขภาพและประกันคุ้มครองโรคร้ายแรงมากขึ้น เพื่อบริหารความเสี่ยงและรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (Medical Inflation)

ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Pension) ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว (Aged Society) รวมถึงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนทางการเงินช่วงวัยเกษียณมากขึ้น

โดยมีเป้าหมายหลักที่จะต้องมีเงินออมที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายช่วงวัยเกษียณ พร้อมทั้งได้รับความคุ้มครองชีวิต และสิทธิการลดหย่อนภาษีอีกด้วย จึงส่งผลให้ เบี้ยรับรวมของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Pension) อยู่ที่ 2,604 ล้านบาท เติบโต 14.80% คิดเป็นสัดส่วน 1.59%

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked และ Universal life) ก็ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 8,979 ล้านบาท เติบโต 1.98% คิดเป็นสัดส่วน 5.48% ส่วนหนึ่งมาจากการที่ประชาชนเริ่มเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งเรื่องการลงทุนและความคุ้มครอง ที่มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปรับลดเงินลงทุนหรือทุนประกันภัย ซึ่งตอบโจทย์เป้าหมายทั้งด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน