ฮีโน่ฮึดทวงคืนแชมป์บรรทุก แก้เกมสงครามราคา-เพิ่มวอร์แรนตี 5 ปี
ฮีโน่ ลั่นทวงบัลลังก์แชมป์ รถสิบล้อคืน มั่นใจคุณภาพรถ เพิ่มวอร์แรนตีให้มากที่สุดในตลาด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง มั่นใจปีนี้โตเหนือตลาด กวาดแชร์ 45% ด้านฟูโซ่ ส่งรถใหม่เสริมทัพ พร้อมเดินหน้าขยายเน็ตเวิร์ก ครบ 20 แห่งทั่วประเทศ
นายชิน นาคามูร่า กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงภาพรวมตลาดรถบรรทุกขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยเชื่อว่าปีนี้ยังคงมีสภาพการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะราคาจำหน่าย ซึ่งมีผู้ประกอบการบางรายอาศัยสิทธิประโยชน์นำชิ้นส่วน และรถทั้งคันจากจีนและอินเดียเข้ามาขาย ทำให้สามารถทำราคาได้ต่ำกว่าฮีโน่ ซึ่งผลิตและประกอบรถยนต์ในประเทศไทยถึง 500,000 บาท ประกอบกับบริษัทได้สานต่อความสำเร็จของนโยบายโทเทิลซัพพอร์ต เพิ่มความพึงพอใจหลังการขายให้กับลูกค้า มีครบทั้งระบบโมบายเซอร์วิส
“ระบบนี้หากลูกค้าไม่สะดวกเข้ามายังศูนย์บริการ เราไปให้บริการถึงที่ไม่เฉพาะแต่ยี่ห้อฮีโน่เท่านั้น ยี่ห้ออื่นเราก็พร้อมให้บริการเช่นเดียวกัน”
นายชินกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีรถต่างยี่ห้อใช้บริการกับฮีโน่กว่า 3,000 คันแล้ว เนื่องจากลูกค้าฮีโน่ส่วนใหญ่จะเป็นพอร์ตผู้ประกอบการซึ่งมีรถหลากหลายยี่ห้อนอกจากนี้บริษัทมีนโยบายสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มรถบรรทุกขนาด 10 ล้อที่บริษัทเคยเป็นเจ้าตลาด ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทต้องสูญเสียพื้นที่ทางการตลาดให้กับคู่แข่งไปพอสมควร ฮีโน่ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่มาแนะนำ คือ แชสซีรุ่นใหม่ หรือที่เรียกว่า แชสซีมีรู ซึ่งใช้เหล็กคุณภาพสูงถึง 620 Mpa (เมกะปาสคาล) มากกว่ารถยี่ห้ออื่น ๆ ที่จะใช้เพียงแค่ 450-540 Mpa ในรถบรรทุกฮีโน่ วิคเตอร์
“แชสซีรุ่นใหม่ทนต่อแรงบิด เจาะรูสำเร็จสะดวกในการต่อตัวถัง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ เราได้เข้าไปให้ความรู้และตัดสินใจ พร้อมทั้งเพิ่มวอร์แรนตีให้กับลูกค้าเป็น 5 แสนกิโลเมตรไม่จำกัดระยะทาง ซึ่งในประเทศไทย รับรองได้ว่ายังไม่มีใครทำ” นายนาคามูร่า กล่าว
ด้านนายอำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึงตลาดรวมจะมีการเติบโตใกล้เคียงกับปีก่อน หรือมียอดขายรวม 30,000 คันในจำนวนนี้แบ่งเป็นรถบรรทุกขนาด 6 ล้อ 40% และรถบรรทุก 10 และหัวลากอีก 60% ส่วนฮีโน่ ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5% และมีส่วนแบ่งทางการตลาดจาก 43% เป็น 45% หรือมียอดขาย 12,000-13,000 คัน
ปัจจัยที่มั่นใจว่า ตลาดรถบรรทุกจะมีการเติบโต ใกล้เคียงปีก่อนและมีทิศทางที่ดีขึ้นนั้น เนื่องจากปัจจัยด้านการลงทุนระบบสาธารณูปโภคทั้งจากภาครัฐและเอกชน น่าจะส่งผลให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างเติบโต และจะส่งผลต่อตลาดรถบรรทุก โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้มีการเติบโต
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการเกษตรที่อาจจะต้องจับตา รอดูความชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมาอยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อตลาดรถบรรทุกขนาดกลาง หรือกลุ่มรถ 6 ล้อ จากปัจจัยดังกล่าวจึงเหตุผลว่า ตลาดรถบรรทุกโดยรวมในปีนี้จะมีทิศทางการเติบโตใกล้เคียงปีก่อน
ด้านนายซาช่า ริคาเน็ค ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดมเลอร์ คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิลส์ ประเทศไทย จำกัด หรือ ดีซีวีที เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างรุ่นใหม่
ล่าสุด FJ 2528C เพื่อตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าในประเทศไทย ในขณะเดียวกันยังเข้ามาช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริการแบบครบวงจรที่มีอยู่ในปัจจุบันอีกด้วย
สำหรับรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างฟูโซ่เป็นรถบรรทุกที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าที่ดำเนินธุรกิจขนส่งและก่อสร้างชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยรถบรรทุกฟูโซ่รุ่น FJ 2528C จะมาเสริมทัพกับรถบรรทุกเพื่อการก่อสร้างของฟูโซ่ที่มีอยู่แล้วทั้งสองรุ่น ได้แก่ รถโม่ปูน รุ่น FJ 2528 RMC และรถดัมพ์ 6 ล้อรุ่น FI 1217C หลังจากก่อนหน้านี้ซึ่งประกอบไปด้วยรถหัวลากรุ่น FZ 4928TT และรถ 10 ล้อเพลาเดียวรุ่น FJ 2528R ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในธุรกิจภาคการขนส่ง และโลจิสติกส์ ทั้งยังรวมไปถึงรถบรรทุก
นอกจากนี้ ฟูโซ่ยังเป็นแบรนด์รถบรรทุกเจ้าแรกที่เปิดตัวศูนย์บริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ซึ่งรวบรวมบริการต่าง ๆ อาทิ ฟูโซ่ ออยล์ (Fuso Oil) ฟูโซ่ พาร์ทส แอนด์ เซอร์วิสเซส (Fuso Parts & Services) ฟูโซ่ ลีสซิ่งและฟูโซ่โพรเทคชั่น (Fuso Leasing and Fuso Protection) และฟูโซ่ ไดรฟ์ (Fuso Drive) การบริการแบบครบวงจรจากฟูโซ่จะทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับบริการและผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและยอดเยี่ยม ในปี พ.ศ. 2561 นี้บริษัทได้วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้แทนจำหน่ายของฟูโซ่เป็นอีกเท่าตัวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หรือ มีตัวแทนจำหน่ายทั้งหมดมากกว่า 20 ราย ให้ได้