เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์แข็งค่าแรง รอตัวเลข PCE วันศุกร์

30 พ.ค. 2567 | 22:33น.
ดอลลาร์

ดอลลาร์

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/5) ที่ระดับ 36.91/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/5) ที่ระดับ 36.63/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเมื่อวานนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ Beige Book ในวันพฤหัสบดี (29/05)

โดยระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงขยายตัวในช่วงต้นเดือน เม.ย. จนถึงกลางเดือน พ.ค. แต่บริษัทต่าง ๆ มีมุมมองเป็นลบมากขึ้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต ท่ามกลางอุปสงค์ของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ในขณะที่เงินเฟ้อยังคงปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

โดยรายงานยังระบุว่า การใช้จ่ายด้านค้าปลีกทรงตัวไปจนถึงขยับขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยชะลอตัวลง และยังบ่งชี้ว่าผู้บริโภคมีความอ่อนไหวเกี่ยวกับราคาสินค้า ส่วนในภาพรวมนั้น ผู้บริโภคมีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้น ท่ามกลางรายงานเกี่ยวกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะขาลงขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCB) ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ปัจจัยหนุนหลักมาจากการปรับตัวแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังมีแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งหุ้น ทองคำ และน้ำมันของนักลงทุนภายในประเทศ ทำให้ภายในวันมีแรงซื้อ-ขายอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนก็ยังรอจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.76-36.95 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.78/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/5) ที่ระดับ 1.0796/97 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/5) ที่ระดับ 1.0846/50 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประสานเสียงในการส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนหน้า

เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับลดลงอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา ก่อนแตะที่ระดับ 2.4% ในเดือน เม.ย. แต่ขณะนี้ ECB คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะแกว่งไปมาที่ประมาณระดับปัจจุบันตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ ก่อนที่เงินเฟ้อจะลดลงอีกครั้งและกลับสู่เป้าหมายในปี 2568 ซึ่งสมาชิกคณะกรรมการบริหารของ ECB มองว่าเป็นการลดลงของอัตราเงินเฟ้ออย่างยั่งยืน โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0789-1.0818 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0812/14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/5) ที่ระดับ 157.38/41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (29/5) ที่ 157.24/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยกรรมการบริหารของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากการอ่อนค่าอย่างหนักของเงินเยนผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น หรือหากสาธารณชนมีมุมมองว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงมากกว่าคาดในอนาคต

แม้ว่าความเคลื่อนไหวในระยะสั้นของเงินเยนจะไม่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการเงิน แต่ BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเยนยังคงอ่อนค่าอย่างหนักของเงินเยนผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น หรือหากสาธารณชนมีมุมมองว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงมากกว่าคาดในอนาคต แม้ว่าความเคลื่อนไหวในระยะสั้นของเงินเยนจะไม่กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการเงิน แต่ BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง และส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ

นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า BOJ ไม่ควรมองแค่ความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจและเงินเฟ้ออยู่ในภาวะขาลงเท่านั้น โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.55-157.67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 156.90/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ อัตราการว่างงานเดือนเมษายนของยูโรโซน (30/05), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐ (30/05), ดัชนีจีดีพีในไตรมาสที่ 1 ของสหรัฐ (30/05), สินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐ (30/05), สินค้าคงคลังน้ำมันดิบของสหรัฐ (30/05), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐ (31/05), ดัชนีราคาผู้บริโภคของยูโรโซน (31/05)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.4/-9.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.7/-4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินดอลลาร์