เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 อสังหาสาดโปรฯคึก สถาพรตั้งเป้า 100 ล้าน
ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
Finance ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อโซลาร์ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี ช่วยเกษตรกรลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
Economic เปิดวงถก UPOV 1991 กับทางเลือกของเกษตรกรไทย
’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
Automotive ’อนุทิน‘ เข้าสภา เดินทักทาย สส.ฝ่ายค้าน
ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
Biz Movement ไฮไลต์เรียกเสียงกรี๊ด…มหกรรมหนังสือสุดคึกคัก
‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
Tech ‘iPhone Duo พับได้’ เจอปัญหา! หน้าจอร้าวหลังใช้งานไม่นาน แต่ Apple พร้อมรับมือ
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 750 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
Finance ธอส. เปิดสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน ดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี มุ่งลดรายจ่าย ผ่อนเดือนละ 1,200 บาท
อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
Politics อนุทิน ชี้ ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ มีแต่เรื่องดี-ช่วย ปชช.หลังถูกติงเอื้อทุนใหญ่
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

ซีพีเอฟโกยยอดขายไตรมาสแรก 1.2 แสนล้าน กำไรสุทธิ 3,049 ล้าน

15 พ.ค. 2561 | 15:48น.

ซีพีเอฟแจงไตรมาส 1 กำไรสุทธิจำนวน 3,049 ล้านบาท ด้วยยอดขาย 1.2 แสนล้านบาท  มั่นใจผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

ผลกระทบจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดต่ำลงและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่อยู่ในระดับที่แข็งตัวกว่าระยะเวลาเดียวกันที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้จากการขายไตรมาสที่ 1 ปี 2561 ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย หรือ ซีพีเอฟ จำนวน 120,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 จากระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิจำนวน 3,049 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 23 อย่างไรก็ตาม จากระดับราคาเนื้อสุกรในประเทศเวียดนามและประเทศไทยที่ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ทำให้มั่นใจผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย

รายได้จากการขายของซีพีเอฟเกิดจากกิจการในต่างประเทศจำนวน 15 ประเทศคิดเป็นร้อยละ 66 รายได้จากกิจการในประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 29 และรายได้จาการส่งออกคิดเป็นร้อยละ 5 ของรายได้จากการขายรวม โดยรายได้จากการขายรวมจาก 3 ประเทศหลัก คือ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน และประเทศเวียดนาม คิดเป็นประมาณร้อยละ 73

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวถึงปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของซีพีเอฟ ว่า ผลการดำเนินงานของซีพีเอฟได้ร้บผลกระทบหลักจากราคาขายเนื้อสุกรที่ลดต่ำลงในประเทศเวียดนามและประเทศไทย ที่เป็นผลจากภาวะผลผลิตล้นตลาด โดยในประเทศเวียดนามราคาเนื้อสุกรเริ่มลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนการผลิตตั้งแต่ปลายปี 2559 มาจนถึงไตรมาสที่ 1 ปีนี้ สำหรับประเทศไทยราคาเนื้อสุกรเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2560 ต่อเนื่องจนถึงไตรมาสที่ 1 ซึ่งในเดือนเมษายนที่ผ่านมาราคาเนื้อสุกรในทั้ง 2 ประเทศเริ่มปรับตัวสูงขึ้นเหนือต้นทุนการผลิต คาดว่าราคาน่าจะดีขึ้นในไตรมาสที่ 2, 3 และ 4 เป็นลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทโดยภาพรวมดีขึ้นเป็นลำดับ

“ความท้าทายของธุรกิจอาหารปัจจุบันนี้มีเพิ่มมากขึ้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ความปลอดภัยของอาหารต้องมาคู่กับรสชาตที่ถูกใจเสมอ ซีพีเอฟมุ่งมั่นในการสรรสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์อาหารทั้งในรูปของอาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมรับประทาน อาหารว่าง อาหารสุขภาพ อาหารเพื่อผู้ป่วย รวมถึงอาหารตามวัยของผู้บริโภค นอกจากนั้นงานวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตที่ทันสมัยได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มาซึ่งต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และสิ่งสำคัญอีกประการที่บริษัทดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง คือ การใช้วัตถุดิบในการผลิตที่มีคุณภาพเสมอ” นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) กล่าวถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของธุรกิจอาหาร พร้อมแจงมั่นใจโอกาสการเติบโตของธุรกิจยังมีอยู่ในหลายประเทศ

ในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ประจำปี 2561 ในระดับ A+  โดยอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของบริษัทยังคงสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของไทย ตลอดจนการมีฐานการผลิตในหลายประเทศ การมีสินค้าและตลาดที่หลากหลาย กลยุทธ์ที่เน้นผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมบริโภคที่มีตราสัญลักษณ์ รวมทั้งความยืดหยุ่นทางการเงินจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของบริษัท