เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

EIC หั่นจีดีพี-ห่วงการเมืองไม่แน่นอนกระทบเศรษฐกิจ

19 มิ.ย. 2567 | 13:56น.
Household debt

อีไอซี หั่นจีดีพีปี’67 เหลือ 2.5% ห่วงเศรษฐกิจไทยเจอ 3 ปัจจัยเสี่ยง “หนี้ครัวเรือนสูง-ความสามารถแข่งขันลดลง-หนี้สาธารณะสูง” แนะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ-เยียวยากลุ่มเปราะบาง ห่วงการเมืองไม่แน่นอนกระทบนโยบาย-ฉุดความเชื่อมั่น

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า อีไอซีปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2567 ลงมาอยู่ที่ 2.5% ต่อปี จากเดิม 2.7% เป็นการปรับประมาณการครั้งที่ 2 จากปลายปีก่อนคาดว่าจะขยายตัวได้ 3% โดยเศรษฐกิจไทยยังคงสะท้อนภาพ “โตช้า เปราะบาง ไม่แน่นอน” ซึ่งคาดว่าครึ่งปีแรกจะขยายตัว 2% และครึ่งปีหลัง 3.1%

ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ
ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ

“ธีมเศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ภายใต้ เศรษฐกิจโตช้า เปราะบาง ไม่แน่นอน มี Downside Risk มากกว่า Upside Risk ซึ่งกรณีเลวร้าย หากมีสงครามการค้าโลก ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกตั้งสหรัฐมีความวุ่นวาย สงครามระหว่างไต้หวันและจีน จนกระทบภาคส่งออก ทำให้จีดีพีก็มีโอกาสหลุด 1% ได้เหมือนกัน”

โดยปัญหาเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะกระทบเศรษฐกิจระยะสั้นและต่อเนื่องไปในระยะยาวได้ สะท้อนผ่าน 3 สถานการณ์ คือ 1.ภาคการผลิตลดลงต่อเนื่อง กระทบมายังภาคการจ้างงาน และรายได้ลดลง 2.ภาคเศรษฐกิจจริงและภาคการเงินไม่สนับสนุนกัน

โดยปัจจุบันจะเห็นสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อน้อยลง สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดี ทำให้ธนาคารเข้มการปล่อยสินเชื่อ ทำให้คนเข้าถึงสินเชื่อและเงินทุนยากขึ้น ยิ่งทำให้อุปสงค์แย่ลงไปเรื่อย ๆ และ 3.วัฏจักรเศรษฐกิจภายในประเทศที่เปราะบาง กระทบต่อการลงทุน ทำให้ไทยไม่สามารถเติบโตได้ตามศักยภาพได้

“เศรษฐกิจไทยต้องการแรงขับเคลื่อนทั้งการกระตุ้นระยะสั้น และการแก้ไขเชิงโครงสร้างระยะยาว โดยการกระตุ้นอาจจะต้องกระตุ้นคนที่มีกำลังซื้อและมีเงินออม ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่ระดับปัจเจกบุคคล แต่ในระดับห้างร้าน ขณะที่กลุ่มระดับกลางและล่างที่มีความเปราะบางมากขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นต้องใช้มาตรการช่วยเหลือและเยียวยา เพราะมีรายได้ไม่พอรายจ่าย”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ครัวเรือนที่มีรายได้ไม่พอจ่าย จะอยู่ในกลุ่มรายได้ 4 หมื่นบาท/ครัวเรือน แต่ปัจจุบันพบว่ารายได้ 5-6 หมื่นบาท ก็มีปัญหารายได้ไม่พอรายจ่ายมากขึ้น จึงเป็นที่มาการกระตุ้นรากหญ้าอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องกระตุ้นคนที่มีเงินเหลือมากขึ้น

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่อีไอซีให้ความเป็นห่วงมีอยู่ 3 เรื่อง คือ 1.หนี้ครัวเรือนที่เริ่มเป็นปัญหาสุกงอม 2.ความสามารถในการแข่งขัน และ 3.หนี้สาธารณะที่ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นข้อจำกัดในการดูแลเศรษฐกิจ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะส่งผลต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนที่อาจจะเปลี่ยนใจไปลงทุนในประเทศอื่น

“ประเทศร่างกายอ่อนแอลง เศรษฐกิจไทยที่โตช้าลง ยังไม่ใช่วิกฤต แต่จากปัญหาสุขภาพของเราที่อ่อนแรงลง เรายังป่วย ติดเชื้อได้ง่าย หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวชัดเจน หรือประเทศอื่นวิกฤต เกิดสงคราม เราจะเกิดวิกฤตง่าย เร็วขึ้น การกระตุ้นก็ทำได้ยากขึ้น”

ดร.สมประวิณกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มนโยบายการเงิน คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1 ครั้งปลายปี 2567 เหลือ 2.25% และปรับลดอีกครั้งเหลือ 2% ในช่วงต้นปี 2568 จากแรงส่งอุปสงค์ในประเทศในระยะข้างหน้าที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากฐานะครัวเรือนที่ยังเปราะบาง และปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังมีอยู่ รวมถึงภาวะการเงินตึงตัวที่จะส่งผลกระทบชัดเจนขึ้น และความเสี่ยงเศรษฐกิจในปี 2568 ที่จะปรับเพิ่มขึ้น