มากุโระ กรุ๊ป เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง เปิด “MAGURO” สาขาที่ 15 ที่ พาราไดซ์ พาร์ค หวังรองรับลูกค้ากำลังซื้อสูงย่านศรีนครินทร์ โดยคาดผลักดันรายได้โตตามเป้า
วันที่ 24 มิถุนายน 2567 นายเอกฤกษ์ แสงเสรีดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้วางแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยการเปิดสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 11 สาขาในปีนี้ โดยล่าสุด บริษัทได้เปิดร้านอาหาร MAGURO ร้านซูชิและอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมี่ยมสาขาที่ 15 ที่ พาราไดซ์ พาร์ค
ซึ่งจะมาช่วยรองรับกลุ่มลูกค้าใหม่และกลุ่มลูกค้าที่เป็นสมาชิกของร้านอาหารที่อยู่ในย่านศรีนครินทร์ บางนา ที่มีกำลังซื้อสูง หลังจากที่เราได้รับกระแสตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากการเปิด HITORI SHABU พรีเมี่ยมชาบูและสุกียากี้สไตล์คันไซต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น ที่พาราไดซ์ พาร์ค ไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
จึงทำให้บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายร้านอาหารอื่นในเครือเพิ่มเติมที่ พาราไดซ์ พาร์ค ซึ่งเป็นทำเลทองในย่านศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และชื่นชอบการรับประทานอาหารระดับพรีเมี่ยม โดย MAGURO สาขาใหม่นี้สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้สูงสุดถึง 48 คน จึงมั่นใจได้ว่ามีพื้นที่เพียงพอต่อการให้บริการลูกค้าที่เข้ามารับประทานซูชิและอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมของเราอย่างแน่นอน

สำหรับการออกแบบภายในร้านจะมีบริการที่นั่ง ทั้งโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่สามารถรับชมการรังสรรค์อาหารจากเชฟได้, โซนที่นั่งปกติสำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่ม และโซนที่นั่งติดกระจกที่สามารถเห็นวิวด้านนอกได้ ซึ่งบรรยากาศภายในร้านได้รับการออกแบบมาภายใต้ธีม Modern Luxury Fine Dining ทำให้ผู้ที่เข้ามารับประทานอาหารสามารถสัมผัสได้ถึงความเรียบหรู แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นตลอดการรับประทานอาหาร
ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านอาหารในเครือของมากุโระ กรุ๊ป ดำเนินกิจการร้านอาหารรวมทั้งหมด 28 สาขา คือ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิสไตล์ระดับพรีเมี่ยม ที่มีการนำเข้าวัตถุดิบพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น 15 สาขา, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีวัตถุดิบพรีเมี่ยม รสชาติถูกปากคนไทย 6 สาขา และ HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ 7 สาขา
โดยภายในปี 2567 บริษัทมีแผนตั้งเป้าจะขยายสาขาร้านอาหารในเครือเพิ่ม รวมถึงแผนการเปิดแบรนด์ใหม่รวมกันกว่าอีก 11 สาขา เพื่อรองรับความต้องการของฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต
