ดอลลาร์แข็งค่าหลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ เพิ่มขึ้น
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่าภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 31.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (15/5) ที่ระดับ 31.94/96 บาท/ดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งสูงขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐ อายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.58% และอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.09% นอกจากนี้แล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา (15/5) สหรัฐรายงานตัวเลขค้าปลีก เดือนเมษายนที่ระดับ 0.3% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์เล็กน้อย ขณะเดียวกันได้มีการปรับยอดค้าปลีกเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคมขึ้น 0.8% จากตัวเลขเศรษฐกิจของทางสหรัฐ ที่แข็งแกร่ง ทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี (16/5) โดยในการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งภาคต่างประเทศและอุปสงค์ในประเทศที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นและดีกว่าที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน ซึ่งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ โดยเข้าสู่กรอบล่างของคาดการณ์แล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 32.05-32.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 32.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (16/5) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1831/33 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (15/5) ที่ระดับ 1.1919/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาสแรกขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยสำนักงานสถิติยุโรปรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศไตรมาสแรกของปี ขยายตัว 0.4% เทียบรายไตรมาส โดยลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 0.7 % ทั้งนี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนมีสาเหตุมาจากปัจจัยชั่วคราว อาทิเช่น สภาพอากาศที่ย่ำแย่ และปัญหาการเมือง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1798-1.1852 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1800/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (16/5) เปิดตลาดที่ระดับ 110.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (15/5) ที่ระดับ 109.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1 ลดลง 0.6 % เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างก็ปรับลดการใช้จ่ายลง หากเทียบเป็นรายไตรมาส จีดีพีไตรมาส 1 หดตัวลง 0.2% โดยรายงานจากคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของตัวเลขจีดีพีญี่ปุ่นนั้น ปรับตัวลดลง เนื่องจากการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้า เช่น สมาร์ทโฟน และรถยนต์ นั้นลดน้อยลง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 110.08-110.38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 110.11/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนเมษายน (16/5) การผลิตภาคอุตสาหกรรมการใช้กำลังการผลิตเดือนเมษายน (16/5) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (17/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.0/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.5/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ