เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“พิชัย” ถก ธปท.รื้อกรอบเงินเฟ้อ อยากเห็นใกล้ “ค่ากลาง 2%” หนุนส่งออก

04 ก.ค. 2567 | 07:00น.
inflation

inflation

“พิชัย” จ่อถกแบงก์ชาติรื้อกรอบเงินเฟ้อเร็ว ๆ นี้ ชี้ประเทศไทยเงินเฟ้ออยู่ระดับต่ำมานานจนกระทบภาคการผลิต ลั่นอยากเห็นเรตที่ระดับ “ค่ากลาง” เพื่อสนับสนุนการส่งออกของไทย ขณะที่ “เผ่าภูมิ” เล็งตีกรอบเข้มกรณี “เงินเฟ้อหลุดกรอบ” ต้องมีกระบวนการให้กลับเข้ากรอบ ฟาก ธปท.แจงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวในระดับ 2%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะหารือร่วมกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่อง การพิจารณากรอบอัตราเงินเฟ้อที่เหมาะสม ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรื่องการกำหนดกรอบเงินเฟ้อที่ 1-3% ต่อปี ตนไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่อยากเห็นอัตราเงินเฟ้ออยู่ระดับใกล้ ๆ 2% หรือที่ค่ากลาง ซึ่งจะช่วยภาคการผลิต และสนับสนุนการส่งออกให้ขยายตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงนี้ที่รัฐบาลมีการเจรจาการค้าการลงทุนกับต่างประเทศค่อนข้างมาก

พิชัย ชุณหวชิร
พิชัย ชุณหวชิร

“จริง ๆ แล้ว ต้องบอกว่า ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าเราอยากจะเห็นว่า เงินเฟ้ออยู่ตรงค่ากลาง เช่น กรอบ 1-3% ก็ไม่ว่า แต่ขอให้เงินเฟ้ออยู่แถว ๆ 2% แต่ทีนี้วันนี้เงินเฟ้ออยู่ระดับต่ำกว่า 1% แล้วบอกว่าอนาคตจะสูงกว่า 1% แล้วเราอยู่กับเงินเฟ้อต่ำมายาวนาน อย่าลืมว่า ประเทศอื่นเขาไปอีกทาง ดังนั้น เราก็ต้องหยิบมาพิจารณาดู” นายพิชัยกล่าว

รมว.คลังกล่าวว่า ต้องอย่าลืมว่า พอเงินเฟ้อของไทยต่ำกว่าช่วงเป้าหมายมานาน สร้างผลกระทบเกี่ยวเนื่องด้วย คือ ผู้ผลิตจะมีปัญหา เพราะจะตึงเกินไปสำหรับเขา ซึ่งวันนี้ก็เห็นได้ชัดเจน สะท้อนจากการส่งออกที่ไม่ค่อยดี ขณะที่อัตราการผลิตก็ค่อนข้างต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบเช่นนี้มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นช่วง 6 เดือนนี้

ส่วนกรณีที่มองกันว่า เงินเฟ้อที่ต่ำในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากการอุดหนุนราคาพลังงาน นายพิชัยกล่าวว่า จริง ๆ แล้วมีผลแค่ไม่มาก แต่หากทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่เหมาะสม น่าจะให้ผลดีมากกว่า โดยเฉพาะกับภาคการส่งออก

ก่อนหน้านี้ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดเกี่ยวกับการพิจารณากรอบเงินเฟ้อในปัจจุบัน ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยหากได้ข้อสรุปจะเร่งหารือกับ ธปท. และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อใหม่ต่อไป

“เบื้องต้นมี 2 ทางเลือก คือ 1.กรอบเดิมที่ 1-3% ส่วนจะเพิ่มหรือจะลดลงนั้น ยังอยู่ระหว่างพิจารณา และ 2.ใช้ในลักษณะค่ากลาง เหมือนในบางประเทศ เช่น ค่ากลางที่ 2% บวกลบ 0.5%”

รมช.คลังระบุด้วยว่า หากถามว่าอัตราเงินเฟ้อระดับไหนที่จะเหมาะสมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก โดยจะต้องมีกระบวนการพูดคุย หารือ เพื่อกำหนดกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่เหมาะสมร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมด ต้องมาตกลง หาจุดยืนร่วมกัน หากแต่ละฝ่ายมองคนละจุดที่ไม่ตรงกัน ก็อาจจำเป็นจะต้องถอยกันคนละก้าวเพื่อหาจุดที่ลงตัว

“ความเห็นส่วนตัว รวมถึงความเห็นของหลายส่วนในคลัง มองว่าควรจะต้องมีมาตรการที่ให้ทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบมากขึ้นในการที่จะทำให้เงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ไม่ว่าข้อสรุปเรื่องกรอบเงินเฟ้อใหม่จะออกมาเป็นช่วงคาดการณ์ หรือค่ากลาง แต่การปฏิบัติเพื่อให้เงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเงินเฟ้อหลุดกรอบเป้าหมาย คือหน่วยงานที่รับผิดชอบก็จะมีหน้าที่ทำรายงานมาที่กระทรวงการคลัง ว่าทำไมถึงหลุดกรอบ และจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้หลุดกรอบเป้าหมาย”

โดยสิ่งที่คลังทำได้คือ รับหนังสือชี้แจงมา แต่ทำอะไรไม่ได้ อาจจะมีการท้วงติง มีการพูดคุยกันบ้าง แต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น ดังนั้น จากนี้จะต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการและการดำเนินการเพื่อให้อัตราเงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมายให้ได้เป็นหลัก

“กรอบเงินเฟ้อสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการมีกรอบเงินเฟ้อแล้วยังไม่ปฏิบัติตาม ดังนั้น มีกรอบไปก็เท่านั้น แม้ว่าจะเซตกรอบมาดีแค่ไหน ถ้ากระบวนการในการบังคับใช้ว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการทางการเงิน มาตรการทางการคลัง ต้องมีหน้าที่ผลักให้เงินเฟ้อเข้ากรอบเป้าหมาย ถ้าตรงนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์ มีกรอบไปก็เท่านั้น” นายเผ่าภูมิระบุ

ขณะที่นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวใน “Monetary Policy Forum” ครั้งที่ 2/2567 เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ 1-3% ถือว่าทำหน้าที่ได้ดี ซึ่งการปรับเปลี่ยนกรอบเงินเฟ้ออาจจะต้องพึงระวัง เพราะหากปล่อยให้เงินเฟ้อสูงเกินไป จะทำลายเรื่องของรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจสะดุดได้

“เงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางของไทยคงที่อยู่ที่ระดับ 2% ถือว่าเหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายการเงิน” นายปิติกล่าว

นายปิติกล่าวว่า ธปท.ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้ากรอบ 1-3% ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2567 นี้ ซึ่งแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไปตามคาดการณ์ของ ธปท.ยังสอดคล้องกับกรอบเป้าหมาย 1-3%

“หากย้อนไปในปี 2565 เงินเฟ้อทั่วไปเดือน ส.ค. สูงถึง 8% และใช้เวลาราว 7 เดือน ในการกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายได้ สะท้อนว่ากรอบเงินเฟ้อปัจจุบันทำหน้าที่ได้ดี และเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางยังยึดเหนี่ยวในระดับ 2%” นายปิติกล่าว