Skip to content

เงินบาทปรับตัวแข็งค่า หลังจาก กนง.คงอัตราดอกเบี้ย

17 พ.ค. 2561 | 17:49น.
เงินบาทปรับตัวแข็งค่า หลังจาก กนง.คงอัตราดอกเบี้ย
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2561 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.03/05 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (16/5) ที่ระดับ 32.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลงมากกว่าคาดในเดือนเมษายน โดยได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนที่ดินในการสร้างบ้าน และการขาดแรงงานทักษะ ทั้งนี้ ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง 3.7% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.287 ล้านยูนิต หลังจากเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.336 ล้านยูนิต ในเดือนมีนาคม นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะลดลงสู่ระดับ 1.310 ล้านยูนิตในเดือนเมษายน ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว ขยับขึ้น 0.1% สู่ระดับ 894,000 ยูนิต ส่วนการก่อสร้างบ้านสำหรับหลายครอบครัว ซึ่งรวมถึงอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียม พุ่งขึ้น 11.3% นอกจากนี้ กระทรวงรายงานว่า การอนุญาตก่อสร้างบ้านลดลง 1.8% สู่ระดับ 1.352 ล้านยูนิต ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์จะลดลงสู่ระดับ 1.350 ล้านยูนิต การอนุญาตก่อสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น 0.9% สู่ระดับ 859,000 ยูนิต

อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 3% ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 3.1% (17/5) ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐรายงาน การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนเมษายน โดยได้แรงหนุนจากการดีดตัวของการผลิตเครื่องจักร โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบรายปี การผลิตภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 3.5% ในเดือนเมษายน ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการวัดการปรับตัวของภาคการผลิต เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 0.4% สู่ระดับ 78% ในเดือนเมษายน

ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศนั้น นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ว่า คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปีโดยคณะกรรมการ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องด้วยแรงส่งจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลก แม้ว่าการจ้างงานมีสัญญาณปรับดีขึ้นแต่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 31.97-32.08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.06/32.08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (17/5) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1808/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (16/5) ที่ระดับ 1.1835/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในอิตาลี ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น (10/5) ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1793-1.1838 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1823/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ในส่วนของค่าเงินเยนวันนี้ (17/5) เปิดตลาดที่ระดับ 110.32/34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (16/5) ที่ระดับ 110.17/19 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1 ปรับตัวลดลง 0.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส เนื่องจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจต่างก็ปรับลดการใช้จ่ายลง ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 110.08-110.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 110.67/68 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (17/5) และดัชนีการผลิตเดือน พ.คง จากเฟดฟิลาเดลเฟีย (17/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.0/-2.8 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.5/-2.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ