คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
วันก่อนไปงาน Cannes Lions Review 2024 ที่ The Cloud จัด
มีช่วงหนึ่งเป็นการเสวนาเรื่องหนังโฆษณา “บ้านสัมมากร” ที่ได้รางวัล Gold หมวด Film จาก Cannes Lions 2024
สนุกมากครับ
เบื้องหลังของงานโฆษณาชิ้นนี้เกิดจาก ปัญหาของเจ้าของ
นั่นคือ เรื่องชื่อ
เพราะคนไม่รู้จักชื่อ “สัมมากร”
และชอบคิดว่าเป็น สรรพากร
ทุกต้นปีที่สำนักงานจะได้รับโทรศัพท์หรือไลน์มาถามเรื่องการลดหย่อนภาษี
พนักงานก็มีปัญหา เพราะเพื่อน ๆ คิดว่าทำงานสรรพากร
ติดขัดเรื่องภาษีเมื่อไรก็จะ โทร.มาถาม
มาช่วง 2-3 ปี ปัญหาเรื่องนี้ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่
เพราะพนักงานโทรศัพท์ไปหาลูกค้า แล้วลูกค้าคิดว่า มิจฉาชีพ โทร.มา
นึกว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โดนด่ากลับหรือตัดสายทิ้ง
จุดตัดสินใจของการทำหนังโฆษณาเรื่องนี้เกิดขึ้นวันที่ผู้บริหารไปดูโครงการคู่แข่งที่อยู่ใกล้ ๆ
พนักงานขายถามว่าทำงานอะไร
เขาก็บอกตรง ๆ ว่า บ้านสัมมากร
เซลส์คิดว่าเป็น สรรพากร
เรื่องนี้ไม่เท่าไร เพราะเจอจนชิน
แต่พอเขาย้ำว่า อยู่ บ้านสัมมากร ที่ขายบ้านเหมือนกัน
เซลส์กลับทำตาลอย ๆ ชัดเจนว่าไม่รู้จัก
ทั้งที่สำนักงานบ้านสัมมากร ห่างจากโครงการนี้แค่ 200 เมตร
ผู้บริหารคนนี้ตัดสินใจโทรศัพท์หา ชูใจ ว่าโฆษณาชิ้นใหม่ เขารู้แล้วว่าจะทำเรื่องอะไร
บรี๊ฟสั้น ๆ มีเพียงประโยคเดียว
สัมมากรขายบ้าน
เป็นการทำโฆษณาที่กลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
ไม่ต้องไป 1-2-3-4 แต่กลับมาที่ 0
ทำให้คนรู้จักแบรนด์สินค้า
ตอนแรก ชูใจ ก็ไม่กล้าที่จะเล่นเรื่องนี้ตรง ๆ พยายามหาทางอ้อมไปอ้อมมา
แต่สุดท้ายก็เลือกทางที่ตรงที่สุด
คือ คนทั่วไปสับสนระหว่าง “สัมมากร” กับ “สรรพากร” ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อชีวิตของพนักงานในบริษัทมาก
“เห็นใจพวกเราหน่อย เราแค่อยากขายบ้าน”
“ชูใจ” เลือก “พี่ต่อ” ธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับหนังโฆษณาอันดับ 1 ของโลก เป็นผู้กำกับหนังเรื่องนี้
พี่ต่อ ทำให้หนังโฆษณาตลกมาก และตอบโจทย์ลูกค้าเป็นอย่างดี
กลายเป็น ไวรัล ติดอันดับทวิตเตอร์
คนในวงการโฆษณาที่เมืองคานส์บอกว่า การกำกับหนังโฆษณาตลกเป็นการกำกับที่ยากที่สุด
แต่พี่ต่อทำได้
และไม่ได้ทำได้เพียงครั้งเดียว
แต่ครั้งแล้วครั้งเล่า
หนังโฆษณา บ้านสัมมากร เรื่องนี้ ทำให้พี่ต่อกลับมาคืนสังเวียนเมืองคานส์อีกครั้งหนึ่ง
เป็นสิงโตตัวที่เท่าไรก็ไม่รู้ของพี่ต่อ
ความสำเร็จของหนังโฆษณาชิ้นนี้ต้องชื่นชมความกล้าหาญของ เจ้าของ
คงมีเจ้าของสินค้าน้อยคนที่กล้าทำหนังโฆษณาที่บูลลี่ตัวเอง
เอาจุดอ่อนที่สุดของสินค้ามาทำเป็นเรื่องตลก
และสุดท้ายก็ประสบความสำเร็จ
วันนี้คนส่วนใหญ่รู้แล้วสัมมากรขายบ้าน
ไม่ใช่ สรรพากร ที่เก็บภาษี
และไม่ใช่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์