ราคาน้ำมันดิบ (15 ก.ค. 67) ปรับลด หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำคาด
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำคาด
วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวลดลง หลังความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเดือน ก.ค. 67 ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 66 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สะท้อนความกังวลของตลาดเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจกดดันความต้องการใช้น้ำมันได้
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 12 ก.ค. 2567 อยู่ที่ 82.21 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.41 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 85.03 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.37 เหรียญสหรัฐ
ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) เดือน มิ.ย. 67 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.6% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 0.1% จากค่าใช้จ่ายภาคบริการที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดคาดเฟดอาจตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. 67 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มิ.ย. 67 ต่ำกว่าคาดการณ์
Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 12 ก.ค. 67 ลดลง 1 แท่น อยู่ที่ระดับ 478 แท่น ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 64 ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติปรับลดลง 1 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 100 แท่น
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการส่งออกน้ำมันเบนซินของจีนและเกาหลีใต้ปรับลดลง ส่งผลให้อุปทานในภูมิภาคเอเชียตึงตัวขึ้น นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากสต๊อกน้ำมันเบนซินและแนฟทาของสิงคโปร์ที่ปรับลดกว่า 14.2% จากสัปดาห์ก่อนหน้า แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขนำเข้าน้ำมันดีเซลฮ่องกงปรับเพิ่มขึ้นกว่า 6.54% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนอุปสงค์น้ำมันดีเซลในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การชะลอตัวของธุรกิจภาคบริการในอินเดียยังคงกดดันความต้องการใช้น้ำมันดีเซลภายในประเทศ
