ในงานกิจกรรมเปิดกล่องของขวัญเพื่อ SMEs ปี 2567 ที่จัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางเจ้าภาพ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ดึงหน่วยงานระดับหัวกะทิเข้ามาช่วย SMEs โดยเฉพาะการจี้จุดบอดให้รู้ถึงปัญหาที่ไม่เคยแก้ได้ และยังตั้งเป้าที่ว่าจากนี้ภายในระยะเวลา 2 ปี จะ Transform SMEs ให้เป็น Smart SMEs ให้ได้ อย่างน้อยปี 2567-2568 จะต้องได้สัดส่วน 10-20% จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 12,000 ราย
ทำธุรกิจตามกระแส
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ได้เผยข้อเท็จจริงให้เห็นว่า เหตุใด SMEs ถึงทำธุรกิจแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยเพราะ “ทำธุรกิจตามกระแส” โดยเปรียบเทียบให้เห็นภาพที่ชัดเจน ย้อนไปในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา กระแสการออกกำลังกายมาแรง โดยเฉพาะวงการนักปั่นที่มีตัวเลือกของไอเท็มจักรยานมากมาย
ส่งผลให้เกิดธุรกิจร้านจักรยาน และตามมาด้วยร้านอุปกรณ์ตกแต่ง เช่นเดียวกันกับธุรกิจร้านกาแฟ ตามสถิติ 80% มัก “เจ๊ง” ด้วยความไม่ชำนาญในธุรกิจเหล่านั้น เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นตามกระแส แน่นอนว่าหลังความฮิตลดลงธุรกิจก็ตายตาม เหตุผลถัดมาคือ “ไม่รักษาสภาพคล่องตัวเอง” เรื่องนี้นับเป็นปัญหาสำคัญ การทำธุรกิจโดยไม่ควบคุมต้นทุนรายได้ รายจ่ายให้ดี ต่อให้เปิดมาเป็น 10 ปีก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ
เช่นเดียวกันกับ “นายพิชิต มิทราวงศ์” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) เปิดเผยว่า SMEs นั้นมัก “ไม่ประเมินความเสี่ยงของตนเอง” ขณะเดียวกันมักขอเงินทุนหลายแหล่ง ทำให้ความสามารถในการชำระคืนลดลง เป็นที่มาของหนี้ NPL
บวกกับ “ความรู้ที่ค่อนข้างน้อย” ในการทำธุรกิจ “ไม่มีแบรนด์ของตัวเอง” รวมถึง “ไม่มีดีไซน์” ในขณะที่ปัจจัยภายนอกสภาพตลาดที่ลดความนิยมลง ยิ่งทำให้การทำธุรกิจยากขึ้น

เพิ่มเงินกองทุนนวัตกรรม
สิ่งที่ SMEs ต้องคำนึงถึงที่สุดคือการปรับตัว อย่างที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้พยายามทำอยู่ “นายเกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การที่จะทำให้เกิด Smart SMEs ให้ได้ 10-20% นั้น จะต้องใช้กลยุทธ์ 4 ด้าน คือ
1.Go Digital นั่นหมายถึงการดึงเอาเครื่องมือเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพลตฟอร์มเข้ามา 2.Go Innovation หรือที่เรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว จากการพัฒนานวัตกรรมใหม่เข้ามาเสริม ซึ่งเห็นตัวอย่างจากไต้หวันและอิสราเอล
3.Go Global ที่จะนำสินค้าโบยบินสู่ตลาดโลก รวมถึงการพยายามดึงผู้ผลิตเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่ใหม่ ๆ อย่าง EV ให้ได้ และ 4.Go Green คือ การปรับตัวตามกติกาโลก ที่เน้นทั้งการผลิตและสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยทั้งหมดนี้จะผ่านกลไกของสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)
นอกจากนี้ จะต้องใช้เครื่องมือจาก “กองทุนนวัตกรรม” เข้ามาเป็นตัวช่วยซึ่งขณะนี้มีวงเงินอยู่ 2,000 ล้านบาท หลังจากดำเนินการมา 1 ปี วงเงินถูกใช้ไปส่วนหนึ่งและยังเป็นที่ต้องการกับ SMEs จึงเตรียมขอขยายวงเงินกับทางภาครัฐเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท โดย ส.อ.ท. จะสมทบอีก 1,000 ล้านบาท จะส่งผลให้กองทุน มีเงินเติมเข้ามาอีก 2,000 ล้านบาท
ปั้น Smart SMEs
ปัจจุบัน ส.อ.ท. มีสมาชิกประมาณ 16,000 บริษัท ซึ่ง 80% เป็น SMEs หรือประมาณ 12,000 ราย โดยในปี 2567-2568 ตั้งเป้าที่จะ Transform SMEs ให้เป็น Smart SMEs ให้ได้ 10-20% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมในการเปลี่ยนตนเองแล้ว คือ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยถูกแรงกดดันจาก อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หรือรถไฟฟ้า (EV) ส่วนอุตสาหกรรมที่น่ากังวลและยังต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนตัวเอง คือธุรกิจที่ยังอยู่ใน “รูปแบบกงสี”
ซึ่งกงสี พบอยู่ในทุกธุรกิจ สิ่งนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่คืออุปสรรคและยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปร ที่ทำให้ SMEs ไม่สามารถก้าวผ่านได้โดยง่าย
หน่วยงานรัฐระดมทุกมาตรการ
นอกจากเอกชนได้วางแนวทางและกลยุทธ์ ในการช่วย SMEs แล้ว หน่วยงานรัฐ “นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมวางแนวทางและกลยุทธ์ในการชี้ทางให้รายเล็กรายย่อย เช่น การชี้เป้าหมายตลาดเพื่อการส่งออกไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักหรือตลาดรอง อย่างตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกา ซึ่งในช่วงมกราคม-พฤษภาคม 2567 มีการเติบโต 12.5%
ขณะที่ตลาดยุโรป (ไม่รวม UK) โตอยู่ที่ 3.8% ส่วนจีน โต 1.5% และเมื่อดูตลาดรองจะเห็นได้ว่าทวีปออสเตรเลีย มีการเติบโตสูงถึง 16.1% กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States : CIS) ก็เป็นโอกาสเช่นกันเนื่องจากตลาดเติบโตอยู่ที่ 16% และแคนาดา ละตินอเมริกา เอเชียใต้ ซาอุดีอาระเบีย ก็เป็นอีกตลาดรองที่ SMEs มีโอกาสอย่างมาก
นอกจากการช่วยหาตลาดแล้ว “นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังใช้เครือข่ายที่มี ช่วยสร้างตลาดช่องทางใหม่โดยเฉพาะออนไลน์อย่าง TikTok ด้วยการสร้าง “อินฟลูเอนเซอร์” เพราะนี่จะเป็นอีกวิธีที่จะทำให้ยอดขายปัง และยังเป็นอีกทางเลือกสำหรับ SMEs ที่จะสร้างตัวตนและแบรนด์ของตัวเองได้ไม่ยาก
รวมถึงการช่วยหาทำเลการค้า ที่รวบรวมได้กว่า 19,000 แห่ง แล้วทำเลนี้ดีอย่างไร มันคือการเปิดให้ SMEs ทดลองขายของก่อน รวมถึงการเข้าสู่ระบบแฟรนไชส์จะช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ผู้ประกอบการต้องการขอสินเชื่อจากทางธนาคาร
ของขวัญจากทุกหน่วยงาน
สำหรับหน่วยงานที่สำคัญเข้ามาส่งเสริมช่วย SMEs ทุกด้าน เช่นสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ช่วยวางเป้าหมายชี้แนะการปรับตัว, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่จะเป็นผู้เข้ามาช่วยค้ำประกัน, ธนาคารกสิกรไทย ให้ความรู้ผ่านการอบรม, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) เข้ามาช่วยประเมินความเสี่ยง, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ช่วยชี้เป้าหมายตลาดเพื่อการส่งออก, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ช่วยหาตลาด, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ช่วยเรื่องของเงินทุนเพื่อนวัตกรรม
ตลอดที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า SMEs เจอความท้าทายมากมายนับตั้งแต่โควิด-19 จะเห็นการล้มหายตายจาก และที่เหลือก็อ่อนแอและกลายเป็นลองโควิด ซ้ำเติมด้วยเทรดวอร์ การย้ายฐานการผลิต ซัพพลายเชนถูกดิสรัปต์ การร่วมมือกันเพื่อที่จะสร้างแต้มต่อและขีดความสามารถในการแข่งขัน