Skip to content

เริ่มนับ 1 พืชสวนโลก โคราช 2029

17 ก.ค. 2567 | 15:13น.
เริ่มนับ 1 พืชสวนโลก โคราช 2029
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

หลังจากเวลาผ่านมาได้ 18 ปี ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็น “เจ้าภาพ” ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้จะจัดงานในระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572-28 กุมภาพันธ์ 2573 หรืออีกเพียง 5 ปีข้างหน้า เบื้องต้นกำหนดจะใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดงาน มีพื้นที่ 678 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดง 523 ไร่

ภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” หรือ “Nature & Greenery : Envisioning the Green Future” โดยรัฐบาลหวังที่จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเงินหมุนเวียนและการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากการจัดงาน

ความหวังที่จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้น มีตัวอย่างให้เห็นจากการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์ 2549 ซึ่งคาบเกี่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ 2550 (ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549-28 กุมภาพันธ์ 2550) เช่นกัน

ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนั้นใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น 2,404 ล้านบาท แต่ตลอดช่วงการจัดงานได้ก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดสู่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23,000 ล้านบาท

สเกลในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกทั้ง 2 งาน ยังมีความเหมือนกันในแง่ที่ว่า เป็นการจัดงานในระดับ World Horticultural Expo (A1) หรือมาตรฐานมหกรรมขั้นสูงสุด ซึ่งจะต้องมีพื้นที่จัดแสดง 500,000 ตารางเมตร ระยะเวลาการจัดงาน 3-6 เดือน

แตกต่างจากการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอีกงานหนึ่งที่จังหวัดอุดรธานี จะใช้งบประมาณ 2,500 ล้านบาท กำหนดจัดงานในปี 2569 ที่เป็นการจัดงานในระดับ International Horticultural Exhibition (B) ใช้พื้นที่จัดแสดง 250,000 ตารางเมตร หรือน้อยกว่าระดับ A1 ถึงครึ่งต่อครึ่งทีเดียว

ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกล่าสุด ไทยได้ยื่นประมูลสิทธิการเป็นเจ้าภาพในระหว่างการประชุม AIPH Spring Meeting 2024 ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และนำเสนอ “ความพร้อม” ในการเป็นเจ้าภาพจัดงานภายใต้ชื่อ “Korat Expo 2029” ที่ประชุมได้ประกาศให้ประเทศไทยเป็นผู้ได้รับสิทธิการเป็นเจ้าภาพในที่สุด

อย่างไรก็ตาม การเป็นประเทศเจ้าภาพผู้ได้รับสิทธิในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก หรือ Korat Expo 2029 จะตามมาด้วยการจ่ายเงินค่าธรรมเนียมทันที ซึ่งเป็นการยืนยันการรับสิทธิก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญาการเป็นผู้จัดมหกรรมพืชสวนโลก

โดยขั้นต้นหลังจากประกาศให้ไทยเป็นเจ้าภาพไม่เกิน 1 เดือน รัฐบาลจะต้องชำระค่าหนังสือค้ำประกันโดยธนาคาร (Financial Guarantee) 100,000 ยูโร หลังจากนั้นอีก 6 เดือนจะต้องชำระ “ค่าตอบแทน” การให้ได้สิทธิ หรือ License Fee อีก 600,000 ยูโร หรือประมาณ 30.5 ล้านบาท และจะมีการลงนามในสัญญาภายใน 3 เดือน

ตามมาด้วยการเยี่ยมชมพื้นที่จริงของคณะกรรมการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH Site Inspection) ที่พื้นที่สาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา อ.คง และก่อนที่จะจัดงานจริง 4 ปี หรือภายในปี 2569 ประเทศไทยจะต้องยื่นรายงานต่อสำนักนิทรรศการระหว่างประเทศ (Bureau International des Expositions หรือ BIE) และชำระค่าธรรมเนียมอีก 10 ล้านบาท

การจ่ายเงินค่าธรรมเนียม-ค่าตอบแทน-ค่าไลเซนส์ฟีจะอยู่ภายใต้วงเงินงบประมาณที่รัฐบาลเตรียมการไว้ทั้งหมด 4,281 ล้านบาท หรือมากกว่าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯราชพฤกษ์ ที่ผ่านมาถึง 1,877 ล้านบาท

นอกเหนือไปจากการคาดหวัง “รายได้” ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่าวชาติที่จะเดินทางเข้ามาชมมหกรรมพืชสวนโลก Korat Expo 2029 แล้ว การจัดงานครั้งนี้ยังนับเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งในฐานะแหล่งท่องเที่ยว และการเป็นพื้นที่ “สีเขียว” ในการปลูกพืช การเกษตรกรรม และวนเกษตร ผ่านองค์ความรู้ทางด้านการเกษตรและการใช้เทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม โดยทั้งหมดนี้จะพลิกโฉมอำเภอคงให้กลายเป็นตัวแทนพื้นที่สีเขียวของภาคอีสานในที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โคราช