เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ตลาดฟันธงเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.

19 ก.ค. 2567 | 19:00น.
dollar money

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ตลาดฟันธงเฟดหั่นดอกเบี้ยเดือน ก.ย.

วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (15/7) ที่ระดับ 36.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 36.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดีในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก ถึงแม้ว่าสหรัฐจะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่สูงกว่าคาดในวันศุกร์ (12/7)

โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐ มีการเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิตประจำเดือน มิ.ย. โดยดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.3% จากระดับ 2.4% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.1% หลังจากทรงตัวในเดือน พ.ค.

ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% จากระดับ 2.6% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.3% ในเดือน พ.ค.

แต่อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐยังคงถูกกดดันอย่างต่อเนื่องจากการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าคาด อีกทั้งในวันศุกร์ (12/7) มหาวิทยาลัยมิชิแกนมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐออกมาต่ำสุดในรอบ 8 เดือนในเดือน ก.ค. ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 66.0 ในเดือน ก.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 68.5 จากระดับ 68.2 ในเดือน มิ.ย. โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ในส่วนของคืนวันจันทร์ (15/7) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวสุนทรพจน์ที่สมาคมเศรษฐกิจแห่งวอชิงตันดีซี (EconomicClub of Washington, D.C.) ซึ่งถือเป็นการแสดงความเห็นของนายพาวเวลล์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เจ้าหน้าที่เฟดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ในวันเสาร์นี้ (20/7) และก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 30-31 ก.ค. โดยระบุว่า เฟดจะไม่รอจนกว่าเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ก่อนที่จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ย เหตุผลในเรื่องนี้ก็คือ ถ้าเรารอจนกว่าเงินเฟ้อลงถึง 2% จะเป็นการรอคอยที่นานเกินไป เนื่องจากมาตรการคุมเข้มทางการเงินที่เรากำลังใช้อยู่นั้น ยังคงส่งผลกระทบที่อาจทำให้เงินเฟ้อลดลงต่ำกว่า 2%

นอกจากนี้ เขาไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญกับภาวะทรุดตัวลงอย่างรุนแรง หลังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยระหว่างสัปดาห์ตลาดยังคงรอดูการแสดงความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดหลายท่าน สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่มีการเปิดเผย ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ปรับตัวลงสู่ระดับ -6.6 ในเดือน ก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -5.5 จากระดับ -6.0 ในเดือน มิ.ย.

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 0.0% หรือไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.3% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน พ.ค. ส่วนเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือน มิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 2.6% ในเดือน พ.ค. หากไม่รวมยอดขายรถยนต์และน้ำมัน ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.8% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.3% ในเดือน พ.ค.

ทั้งนี้ ยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาดทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 70% ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐนั้นยังคงฟื้นตัว แม้เฟดใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงิในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม และข้อมูลดังกล่าวยังช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงจะไม่ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่าในกรอบเดิมเมื่อเทียบจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าค่าเงินบาทจะปรับตัวอ่อนค่าช่วงสั้น ๆ ในวันจันทร์ (15/7) ตามค่าเงินหยวน โดยค่าเงินหยวนได้รับแรงกดดันจากการที่จีนรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2567 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด โดยเมื่อเทียบรายปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจีนปรับตัวขึ้น 4.7% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.1% และปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1 ที่ระดับ 5.3%

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทได้แรงหนุนกลับจากการพุ่งขึ้นของราคาทองคำและการปรับตัวในแนวแข็งค่าของสกุลภูมิภาค รวมถึงการที่นักลงทุนให้น้ำหนักมากขึ้นที่เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่เคยคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1-2 ครั้ง ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้อัปเดตรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 67 โดยยังคงคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้เอาไว้ที่ 3.2% และปีหน้าเป็น 3.3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากรายงานเดิมเมื่อเดือน เม.ย. แต่ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐลงเล็กน้อยในปีนี้ 0.1% ลงมาอยู่ที่ 2.6% แต่ปรับเพิ่มคาดการณ์ในเขตเศรษฐกิจใหญ่อื่น ๆ เช่น จีนเพิ่มขึ้น 0.% เป็นเติบโต 5% ในปีนี้ได้ตามเป้า และเพิ่มของ “อินเดีย” อีก 0.2% เป็นเติบโตได้ 7% ในปีนี้

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย นั้น IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้อีก 0.2% ไปอยู่ที่ 2.9% ส่วนในปีหน้าเพิ่มอีก 0.2% เป็นเติบโต 3.1% อีกทั้ง ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจเอเชียในปี 2567 ขึ้นเป็น 5.0% ขณะที่เศรษฐกิจไทย ADB ยังคงปีนี้ไว้ที่ 2.6% และ 3.0% ในปีหน้า ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.82-36.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/7) ที่ระดับ 36.28/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันจันทร์ (15/7) ที่ระดับ 1.0885/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 1.0885/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวันจันทร์ (15/7) มีการเปิดเผยดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน ปรับตัวลดลง 0.6% ในเดือน พ.ค.เมื่อเทียบรายเดือนสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่จะลดลง 0.9% หลังจากปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือนที่ผ่านมา โดยในช่วงต้นสัปดาห์นี้ค่าเงินยูโรปรับตัวผันผวนในกรอบจนกว่าจะมีการรับรู้ปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติมทั้งฝั่งยูโรโซนและสหรัฐ

ขณะที่ในช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม ตามการคาดการณ์ของตลาด โดยการตรึงอัตราดอกเบี้ยของ ECB ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 3.75% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 4.50% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 4.25% โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 80% ต่อคาดการณ์ที่ว่า ECB จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ก.ย. ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% อีกครั้งในเดือน ธ.ค. ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0870-1.0947 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/7) ที่ระดับ 1.0878/82 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดวันจันทร์ (15/7) ที่ระดับ 158.10/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (12/7) ที่ระดับ 159.21/22 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าเมื่อวันจันทร์ (15/7) ที่ผ่านมา ตลาดญี่ปุ่นจะปิดทำการเนื่องในวัน Marine Day แต่ค่าเงินเยนยังปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบค่าเงินดอลลาร์ ขณะที่การแข็งค่าขึ้นอย่างมากของค่าเงินเยน ทำให้เกิดคำถามในตลาดว่า ญี่ปุ่นได้เข้ามาแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพื่อหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศญี่ปุ่นยังคงไม่ออกมายืนยันหรือปฏิเสธการแทรกแซงตลาด

อย่างไรก็ดี นายฮายาชิปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเมื่อถูกถามว่า ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดเพื่อหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น 2 วันติดต่อกันในสัปดาห์ที่แล้วหรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายสังเกตเห็นถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างการแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกับการแทรกแซงเมื่อวันที่ 1 พ.ค. หลังความคิดเห็นเชิงนโยบายจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์

โดยข้อมูลของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นอาจใช้เงินถึง 3.57 ล้านล้านเยน (2.251 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการเข้าแทรกแซงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 15536-158.85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (19/7) ระดับ 157.42/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินดอลลาร์