เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชมรมแพทย์ชนบท เตือน ปชน. อย่าเปิดช่องแก้กฎหมายบัตรทอง
Politics ชมรมแพทย์ชนบท เตือน ปชน. อย่าเปิดช่องแก้กฎหมายบัตรทอง
ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณ 65,850 บาท
จีนรุกเชื่อม “Data Center” เข้าพลังงานสะอาด รับมือวิกฤต AI โลก
Tech จีนรุกเชื่อม “Data Center” เข้าพลังงานสะอาด รับมือวิกฤต AI โลก
STECON จ่อเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี 3 – 5 ส.ค.นี้
Finance STECON จ่อเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 3 ปี ชูอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี 3 – 5 ส.ค.นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังรายงานล่าสุดชี้ว่ามีเรือบางลำเดินทางผ่านทะเลแดงออกมาได้
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังรายงานล่าสุดชี้ว่ามีเรือบางลำเดินทางผ่านทะเลแดงออกมาได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (27 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
คปภ. จ่อเชือดนายหน้าขายประกันต่างประเทศผ่านโซเชียลมิเดีย ประสาน “ดีอี” ปิดกั้น ขู่ลงโทษจำคุก-ปรับ
Finance คปภ. จ่อเชือดนายหน้าขายประกันต่างประเทศผ่านโซเชียลมิเดีย ประสาน “ดีอี” ปิดกั้น ขู่ลงโทษจำคุก-ปรับ
ทองดีดเช้านี้ (27 ก.ค.) พุ่ง 1.5% ฟื้นเหนือ 4,100 เหรียญ รับข่าว “สหรัฐ-อิหร่าน” หยุดยิง
Finance ทองดีดเช้านี้ (27 ก.ค.) พุ่ง 1.5% ฟื้นเหนือ 4,100 เหรียญ รับข่าว “สหรัฐ-อิหร่าน” หยุดยิง
ก.ล.ต. เกาะติดเคสข้อมูล TSD ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เตือนผู้ลงทุนระมัดระวัง
Finance ก.ล.ต. เกาะติดเคสข้อมูล TSD ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เตือนผู้ลงทุนระมัดระวัง
ส.ทีวีดิจิทัล วอน “หมอ สรณ” อย่าเข้าประชุม บอร์ด กสทช. หวั่นกระทบวาระอุตฯ ทีวี
Tech ส.ทีวีดิจิทัล วอน “หมอ สรณ” อย่าเข้าประชุม บอร์ด กสทช. หวั่นกระทบวาระอุตฯ ทีวี
ดูทั้งหมด

มองภาพ “จีน” หลังปี 2035 จากแผนปฏิรูปของพรรคคอมมิวนิสต์

24 ก.ค. 2567 | 09:43น.
ทีวีจอยักษ์ในกรุงปักกิ่งแสดงภาพข่าวการประชุม Third Plenum

คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้รับรองมติว่าด้วย “การปฏิรูปรอบด้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อเดินหน้าการสร้างความทันสมัยแบบจีน” ในการประชุมเต็มคณะ ครั้งที่ 3 (Third Plenum) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 15-18 กรกฎาคม 2024 ที่ผ่านมา

มตินี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับจีน เนื่องจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดขนาดใหญ่สุดของประเทศจีน และเป็นผู้กำหนดนโยบายของประเทศ

แถลงการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่า วัตถุประสงค์โดยรวมของการปฏิรูปรอบด้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น คือ การปรับปรุงและพัฒนาระบบสังคมนิยมอันมีลักษณะเฉพาะของจีนต่อไป และปรับปรุงระบบและขีดความสามารถด้านการปกครองบริหารประเทศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

“การดำเนินการทั้งหมดภายใต้แผนการปฏิรูปจะเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับการสร้างจีนให้เป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่ยิ่งใหญ่ในทุกด้าน ภายในกลางศตวรรษนี้”

พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำหนดเป้าหมายไว้ว่า งานปฏิรูปที่กำหนดไว้ในมติจะเสร็จสิ้นภายในเวลาที่จีนเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีการก่อตั้ง “สาธารณรัฐประชาชนจีน” ในปี 2029 และการสร้างเศรษฐกิจระบบตลาดแบบสังคมนิยมที่มีมาตรฐานสูงจะต้องสำเร็จภายในปี 2035

ดังนั้น มติว่าด้วยการปฏิรูปนี้จึงเป็นการวาดภาพจีนหลังปี 2035 ให้ชาวโลกเห็นคร่าว ๆ แล้ว

รายละเอียดแผนการปฏิรูปนั้นระบุถึงด้านต่าง ๆ ไว้อย่างรอบด้านสมชื่อ ทั้งการสร้างเศรษฐกิจระบบตลาดแบบสังคมนิยมที่มีมาตรฐานสูง, ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง สนับสนุนนวัตกรรมรอบด้าน, ปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจมหภาค, ส่งเสริมการพัฒนาเมืองและชนบทแบบบูรณาการ, การเปิดกว้างที่มีมาตรฐานสูง, การพัฒนาประชาธิปไตยของประชาชน, ส่งเสริมหลักนิติธรรมแบบสังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะของจีน, การปฏิรูปเชิงลึกในด้านวัฒนธรรม, รับประกันและปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน, ปฏิรูปเชิงลึกในการอนุรักษ์ระบบนิเวศ, ปรับปรุงระบบความมั่นคงให้ทันสมัย, ปฏิรูปการป้องกันประเทศและกองทัพให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และปรับปรุงความเป็นผู้นำของพรรคในการปฏิรูปรอบด้านอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาความทันสมัยของจีน

โฟกัสที่ด้านเศรษฐกิจ แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีนระบุว่า ในการสร้างเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยมที่มีมาตรฐานสูง จะยกระดับ “บทบาทของตลาด” ให้สูงขึ้น ทำให้สภาพแวดล้อมของตลาดมีความยุติธรรมและมีพลวัตมากขึ้น ยกเลิกข้อจำกัดในตลาด และแก้ไขความล้มเหลวของตลาด

ในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูง จะกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างฝั่งอุปทานอย่างลึกซึ้ง ปรับปรุงสิ่งจูงใจและข้อจำกัดในการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูง และสร้างปัจจัยขับเคลื่อนและจุดแข็งใหม่ ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ

“การพัฒนาคุณภาพสูงเป็นภารกิจหลักของเราในการสร้างจีนให้เป็นประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัย จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องใช้ปรัชญาการพัฒนาใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปและเป็นรากฐานของความพยายามของเราในขั้นตอนใหม่ของการพัฒนา”

ในการปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจมหภาค มีการเรียกร้องให้ดำเนินการปฏิรูปที่มีการประสานงานในภาคการคลัง ภาษี การเงิน และภาคส่วนหลักอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความสอดคล้องกันในการวางแนวนโยบายมหภาค

ในด้านการพัฒนาเมืองและชนบทแบบบูรณาการ พรรคจะต้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันและการไหลเวียนของปัจจัยการผลิตแบบสองทางระหว่างเมืองกับชนบท เพื่อลดความไม่เสมอภาคกัน และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาร่วมกัน รวมถึงจะมีการปฏิรูประบบที่ดินอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

แถลงการณ์อธิบายว่า “การเปิดกว้าง” เป็นตัวบ่งชี้ความทันสมัยของจีน ดังนั้น พรรคจะขยายการเปิดกว้างสถาบันอย่างต่อเนื่อง จะปฏิรูปโครงสร้างการค้าต่างประเทศอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปฏิรูประบบการจัดการการลงทุนภายในและภายนอก ปรับปรุงการวางแผนการเปิดกว้างในระดับภูมิภาค และปรับปรุงกลไกสำหรับความร่วมมือคุณภาพสูงภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งสายแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative)

นอกจากนั้น คณะกรรมการกลางพรรคเรียกร้องให้มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในปีนี้ โดยระบุว่า ต้องทำให้มั่นใจว่ามีมาตรการที่เพียงพอทั้งในด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคง โดยต้องมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันและบรรเทาความเสี่ยงด้านอสังหาริมทรัพย์ หนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น สถาบันการเงินขนาดเล็กและขนาดกลาง และประเด็นสำคัญอื่น ๆ

“การยกระดับความทันสมัยของจีนถือเป็นความพยายามครั้งใหม่ ในการเดินทางไปข้างหน้า เราจะต้องพบกับปัญหา ความเสี่ยง และความท้าทายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยพบเห็นในรอบศตวรรษกำลังเร่งตัวขึ้นทั่วโลก … เหตุการณ์ ‘หงส์ดำ’ และ ‘แรดเทา’ ต่าง ๆ มีศักยภาพที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”

“เพื่อจัดการกับความเสี่ยงและความท้าทายเหล่านี้อย่างได้ประสิทธิผล และคว้าความคิดริเริ่มเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางการแข่งขันระดับนานาชาติที่เข้มข้นขึ้น เราจำเป็นต้องปรับปรุงการปฏิรูปอย่างครอบคลุมต่อไป เพื่อที่เราจะสร้างสถาบันที่ดีเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง และตอบสนองต่อความท้าทาย มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมโอกาสใหม่ ๆ ท่ามกลางวิกฤต และบุกเบิกสิ่งใหม่ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไป” สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวในนามกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีน

ถึงแม้ว่ามติแผนปฏิรูปของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะมีเนื้อหาที่ยาวและรอบด้านเพียงใด แต่ตามการรายงานของสื่อหลายสำนัก นักวิเคราะห์มองว่าแผนปฏิรูปดังกล่าวไม่มีความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนักจากแผนที่จัดทำมาก่อน ๆ หน้านี้ ที่มักจะเขียนแผนโดยไม่ได้ระบุวิธีการดำเนินการเอาไว้

ตามการรายงานของรอยเตอร์ (Reuters) แกรี อึ้ง (Gary Ng) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของวาณิชธนกิจ “เนทิซิส” (Natixis) กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวได้วาดภาพอนาคตของการเติบโตทางเศรษฐกิจ นวัตกรรม และความมั่นคง ซึ่งนำโดยรัฐ แต่การเดิมพันแบบทุ่มสุดตัวในด้านอุตสาหกรรมการผลิตและกำลังการผลิตคุณภาพใหม่ (New Quality Productive Forces) นั้นอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แต่ประเด็นหนึ่งที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเห็นมาตรการใหม่ ๆ ออกมาในเร็ว ๆ นี้ก็คือ การเงินของรัฐบาลท้องถิ่น เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายของจีนกำลังมองหาวิธีคลายความกังวลเกี่ยวกับหนี้ของท้องถิ่นที่มีมูลค่ามากกว่า 13 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสถาบันการเงินและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ในปี 2023 รายได้ทางการคลังของรัฐบาลท้องถิ่น คิดเป็น 54% ของรายได้ทั้งหมดของจีน ขณะที่รายจ่ายคิดเป็น 86% ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่าสุดมีแผนการที่จะแก้ไขความไม่สมดุลดังกล่าว โดยจะอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นเก็บภาษีการบริโภคได้มากขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในปัจจุบันภาษีนี้โอนไปยังรัฐบาลกลางทั้งหมด และคิดเป็นเกือบ 10% ของรายได้รวมของรัฐบาลกลาง

ตามการรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ติง ชวง (Ding Shuang) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำจีนแผ่นดินใหญ่และเอเชียเหนือ ของบริษัท สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทางภาษีที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ถือเป็นหนึ่งในการปฏิรูปภาษีและการคลังครั้งใหญ่ครั้งที่ 3 ของจีนในประวัติศาสตร์ที่ไม่นานมานี้ หลังจากที่มีการเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ของรัฐบาลกลางมากกว่ารัฐบาลท้องถิ่นในปี 1994 และการตัดสินใจที่เริ่มต้นในปี 2013 ในการอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นออกบอนด์ได้เอง 

ติง ชวง แสดงความเห็นด้วยว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายภาษีนี้เป็นสิ่งสมควร เพราะจะช่วยบรรเทาความไม่สมดุลระหว่างรายจ่ายที่ต้องรับผิดชอบกับรายได้ของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น