Skip to content
ดูทั้งหมด

กำลังซื้อฝืด “บิ๊กซี” หั่นเป้าโต ลุ้นดิจิทัลวอลเลต-งบฯรัฐกระตุ้นถึงปีหน้า

28 ก.ค. 2567 | 16:22น.
BIG C

BIG C

“บีเจซี” หั่นเป้าเติบโต บิ๊กซี เหลือไม่ถึง 5% หลังเศรษฐกิจ-โลว์ซีซั่นทำไตรมาส 2-3 ผู้บริโภคชะลอจับจ่าย ลุ้นดิจิทัลวอลเลต-งบฯรัฐกระตุ้นจ้างงาน ดันเม็ดเงินหมุนเวียนปลุกกำลังซื้อช่วงโค้งท้าย-ต้นปี’68 ย้ำความพร้อมส่งโดนใจ-บิ๊กซีมินิกว่า 9.5 พันสาขา พร้อมโปรแรงรับดิจิทัลวอลเลต มั่นใจสิ้นปีทำกำไร 432 ล้านบาท ตามเป้า ก่อนยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯต้นปี’68

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ฉายภาพว่า ตลาดค้าปลีกปี 2567 นี้มีแนวโน้มฟื้นตัวโดยเฉพาะช่วงโค้งท้ายของไตรมาส 4 ซึ่งจะมีปัจจัยบวกหลายตัว อาทิ เงินดิจิทัลวอลเลตที่คาดว่าจะกระตุ้นกำลังซื้อและการจับจ่ายยาวไปจนถึงต้นปี 2568

อีกปัจจัยสำคัญคือ การใช้งบประมาณภาครัฐที่น่าจะเริ่มเห็นช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งจะเติมเม็ดเงินให้ผู้บริโภคจังหวัดที่ไม่ได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวมากนัก เช่น ภาคอีสานและภาคอื่น ๆ ผ่านการจ้างงาน ขณะเดียวกันในไตรมาส 4 จังหวัดท่องเที่ยวจะได้เม็ดเงินจากการเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ เชื่อว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะฟื้นกลับมาในไตรมาส 4 เช่นกัน หลังเศรษฐกิจเริ่มมีการหมุนเวียนมากขึ้น การเมืองของสหรัฐอเมริกามีความชัดเจนขึ้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นด้วย

สำหรับปัจจัยที่ค้าปลีกยังต้องจับตาจะมาจากในไทยเป็นหลัก ทั้งสภาพเศรษฐกิจกำลังซื้อ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ไม่มีเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการขนาดกลาง-เล็กที่ต้องแข่งกับต่างชาติ

ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และการเปลี่ยนตัวผู้นำของประเทศในอาเซียนอย่างเวียดนาม และสิงคโปร์ ไปจนถึงสถานการณ์สงครามในภูมิภาคต่าง ๆ นั้น คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบการค้าระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายเงินในไทยเพิ่มเติมจากในปัจจุบัน

พร้อมอัดโปรฯชิงดิจิทัลวอลเลต

นายอัศวินกล่าวว่า จากแนวโน้มการฟื้นตัวที่จะเห็นชัดในไตรมาส 4 บริษัทจึงปรับเป้าหมายทางธุรกิจบางส่วน โดยลดเป้าการเติบโตของยอดขายบิ๊กซีจาก 5% เป็นต่ำกว่า 5% แต่ยังคงเป้าผลกำไรที่ 432 ล้านบาทตามเดิม

เช่นเดียวกับแผนการขยายธุรกิจ โดยยังคงเดินหน้าแผนลงทุน 4,000-6,000 ล้านบาท ปรับปรุง 18 สาขา และขยายสาขาใหม่ในไทยและต่างประเทศต่อเนื่องโดยไม่มีการพิจารณาหรือปรับแผน หลังเปิดสาขาในลาวไปเมื่อเดือนเมษายน เนื่องจากเชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

พร้อมกันนี้ยังเตรียมเข้าชิงเม็ดเงินดิจิทัลวอลเลตมูลค่ากว่า 4.5 แสนล้านบาทอย่างเต็มกำลัง โดยไม่เพียงส่งร้านค้าทั้ง 2 โมเดล คือ บิ๊กซีมินิ 1,500 สาขา และร้านโดนใจอีกประมาณ 7,000-8,000 สาขา เป็นช่องทางรับการจับจ่ายด้วยเงินดิจิทัลวอลเลตเท่านั้น แต่ยังจะมีโปรแกรมโปรโมชั่นต่าง ๆ อาทิ ราคาพิเศษและแคชแบ็ก เพื่อใช้ความคุ้มค่ามากระตุ้นการตัดสินใจจับจ่ายและสร้างการเติบโตของยอดขาย

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีบางประเด็นที่ยังต้องรอความชัดเจน เช่น ขอบเขตและรูปแบบการใช้เงิน อย่าง ข้อจำกัดด้านพื้นที่ หรือการใช้ที่ยังต่างจากเงินสด ซึ่งบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่

“เม็ดเงินดิจิทัลวอลเลตนี้ถ้าเข้ามาหมุนได้เยอะประมาณ 2 ล้านล้าน แล้วเรามีโอกาสได้แชร์จากตรงนี้ เรียกว่าเป็นโอกาสมหาศาลของการทำธุรกิจการค้า ซึ่งเรามั่นใจว่าบริษัทมีความพร้อม ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งในส่วนของแอปเป๋าตัง วอลเลต จึงพร้อมเต็มที่ในการที่จะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น พร้อมทำให้ยอดขายของบริษัทเติบโตขึ้นตามไปด้วย”

แนะรัฐหนุนธุรกิจกลาง-เล็ก

นายอัศวินเสริมว่า นอกจากการกระตุ้นกำลังซื้อด้วยเม็ดเงินดิจิทัลวอลเลตแล้ว การจะช่วยให้เศรษฐกิจปี 2568 แข็งแกร่งขึ้น ภาครัฐอาจจัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งมาช่วยกระตุ้นหรือเสริมแกร่งให้กับผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่กำลังเผชิญการแข่งขันกับผู้เล่นต่างชาติทั้งทุนจีนและจากประเทศอื่น ๆ ที่รุกเข้ามาทำธุรกิจในไทย ด้วยข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างภาษีและต้นทุนธุรกิจที่ดีกว่าผู้ประกอบการไทย

เนื่องจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยหมุนเวียนได้มากขึ้น ซึ่งจะสัมพันธ์กับความพร้อมของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ที่จะถึงนี้ หลังช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เห็นความท้าทายของผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก โดยเฉพาะตอนนี้ถ้าต้องแข่งกับกลุ่มทุนจากต่างประเทศ

“ขณะนี้เราต้องมองถึงปีหน้า คือความพร้อมของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก ต้องอยู่ได้ เพราะหากบริษัทขนาดกลาง ขนาดเล็กของไทยแข็งแรงได้ จะเป็นตัวที่ทำให้เศรษฐกิจไทยหมุนเวียนมากขึ้น”

ขณะเดียวกัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ยังอัพเดตแผนการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ยังอยู่ระหว่างการจับตาสถานการณ์ในตลาดหุ้นไทย โดยหากพิจารณาจากแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในขณะนี้ คาดว่าจะสามารถดำเนินการยื่นไฟลิ่งได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งตลาดฟื้นตัวไปแล้วระยะหนึ่ง และอาจจะสามารถเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงครึ่งหลังของปี 2568

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือบีเจซี เคยพยายามนำ บริษัท บิ๊กซี รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BRC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2566 ก่อนจะตัดสินใจชะลอแผนในช่วงปลายปี 2566 เนื่องจากความผันผวนของตลาดทุนจากผลของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก