Skip to content

ARDA เล็งใช้นวัตกรรมฟีโรโมน ดึง “ปลาหมอคางดำ” รวมฝูง ช่วยให้จับง่าย

29 ก.ค. 2567 | 14:32น.
ARDA เล็งใช้นวัตกรรมฟีโรโมน ดึง “ปลาหมอคางดำ” รวมฝูง ช่วยให้จับง่าย

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) – ARDA เล็งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมศึกษา “ฟีโรโมน แสง สี” ให้ปลานั้นเกิดการรวมตัวกันง่ายต่อการจับ “ปลาหมอคางดำ” ช่วยแก้ปัญหาเนื่องในหลายพื้นที่ของประเทศไทยแพร่ระบาดมากขึ้น พร้อมเร่งใช้หลักวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์เข้าช่วยทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว และป้องกันระบบนิเวศทางน้ำจะได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

วันที่ 29 กรกฎาคม 2567 ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เปิดเผยว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ เชื่อมั่นว่าเป็นปัญหาที่ตอนนี้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนทั้งระยะเร่งด่วน-ระยะยาว แต่ในส่วนของการพัฒนางานวิจัยคุณภาพเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหา ARDA ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยด้านการเกษตร เห็นว่า งานวิจัยที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การศึกษาชีววิทยาปลาหมอคางดำให้ได้ความชัดเจน อาทิ วงจรชีวิตการสืบพันธุ์ อาหาร ผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารในธรรมชาติ

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญต้องศึกษาปลาเอเลี่ยน ไปผสมกับปลาท้องถิ่นหรือไม่ และการศึกษาพันธุ์ปลาท้องถิ่นที่ถูกรุกรานและดำเนินการเร่งรวบรวมและเพาะขยายพันธุ์ปลาท้องถิ่นที่ถูกรุกรานเพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เรื่องเหล่านี้เป็นงานวิจัยต้องทำในระยะเร่งด่วน ในส่วนของงานวิจัยที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในระยะยาว จะต้องศึกษาวิธีการการตัดวงจรชีวิตปลาหมอคางดำ

โดยด้านวิทยาศาสตร์ปัจจุบันถูกพูดถึงกันหลายวิธีทั้งการทำให้เป็นหมันในธรรมชาติซึ่งเป็นกลไกหนึ่ง รวมถึงการใช้สารเคมี นอกจากวิธีดังกล่าวทาง ARDA แนะนำว่าควรมีการศึกษาฟีโรโมนของปลาหมอคางดำ เนื่องจากการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำก็เหมือนกับแมลงกับสัตว์อื่น ซึ่งจะมี “ฟีโรโมน” สารคัดหลั่งในการดึงดูดเพศซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการ “รวมฝูง” เช่นเดียวกัน

ดังนั้น จึงควรมีการศึกษาฟีโรโมนของปลาหมอคางดำ เพื่อบริหารจัดการที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรใช้หลักการใช้ฟิสิกส์เข้าไปช่วย เรื่องของแสง เสียง เนื่องจากสัตว์น้ำมีความไวต่อแสงพอสมควร ยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่าย ๆ การรวบรวมฝูงหมึกด้วยแสงไฟล่อสีเขียว สัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ เช่นเดียวกัน ต้องมีการศึกษาวิจัยแสง เสียงที่เหมาะสม ว่าสามารถเป็นไปได้ไหมที่จะล่อให้ปลามาอยู่รวมฝูงกันเพื่อให้ง่ายและรวดเร็วต่อการบริหารจัดการ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทุกหน่วยงานจะเร่งดำเนินการอย่างเข้มงวด แต่ปลาชนิดนี้อาศัยได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ซึ่งจากข้อมูลทราบว่าพบว่ามีการผ่าท้องและพบ “เคย” ซึ่งถือเป็นอาหารอันดับต้น ๆ ของสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะปลากะตัก ปลาหลังเขียว ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของสัตว์น้ำในห่วงโซ่ผลิต ซึ่งหากปลาหมอคางดำกินเยอะจนสามารถตัดวงจรของเคย ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสัตว์น้ำและความอุดมสมบูรณ์ในธรรมชาติจะลดลงไปอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ในส่วนของมาตรการการติดตามการเฝ้าระวังต้องมีพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กันไปด้วย อาทิ ระบบ GIS ระบบดาวเทียม แอปพลิเคชั่น สำหรับให้เกษตรกร ชาวประมง หรือผู้ติดตามเฝ้าระวังรายงานเข้ามากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ดร.วิชาญกล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายอย่างเร่งด่วน กรมประมงกรมเดียวคงไม่อาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ จำเป็นต้องมีการแสวงหาความรู้ สถาบันการศึกษาหลาย ๆ แห่ง นักวิจัย รวมถึงประชาชน เข้ามาบูรณาการร่วมกัน เนื่องจากการศึกษาเรื่องเหล่านี้ต้องใช้องค์ความรู้เฉพาะด้านที่กว้างขวางพอสมควร

การใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ถึงแม้บางผลงานอาจใช้เวลานาน แต่ข้อมูลที่ได้มานั้นไม่สามารถบิดเบือนได้ ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานภาครัฐในการสนับสนุนการตัดสินใจการแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างตกผลึกและตรงประเด็น ตลอดจนเป็นการช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นซ้ำ

ในอนาคตได้ นอกจากนี้ ข้อมูลวิทยาศาสตร์การเยียวยาผลกระทบทั้งเชิงสังคมและเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ ARDA มีนโยบายให้การสนับสนุนงานวิจัย ซึ่งต้องร่วมมือกับ อว. ดำเนินการอย่างใกล้ชิดต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปลาหมอสีคางดำ