ทุนจีนบุก…ธุรกิจบันเทิง หาพาร์ตเนอร์…ผลิตคอนเทนต์ป้อนตลาด
เป็นกลุ่มทุนที่มาแรงในขณะนี้ก็ว่าได้ สำหรับนักลงทุนจีนที่พาเหรดเข้ามารุกตลาดไทยในหลาย ๆ ธุรกิจ ล่าสุดกับการรุกคืบเข้ามาเจาะตลาดบันเทิงไทย ด้วยการจับมือกับผู้ผลิตคอนเทนต์ไทย เพื่อนำคอนเทนต์ที่ผลิตได้ทั้งภาพยนตร์ ละคร ซิตคอม รวมไปถึงการบริหารศิลปินไทย เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน
“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “หว่อง จวิ้นฉี” ประธาน บริษัท ซับไลม์ มีเดีย จำกัด และ “ลุ่ย จือหมิง” ประธาน บริษัท แฮนด์ซั่ม อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และไทย ที่เข้ามารุกตลาดบันเทิงไทย ด้วยการตั้งบริษัท จีเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด สำหรับผลิตคอนเทนต์มาออกอากาศในไทย และพร้อมต่อยอดสู่ตลาดจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ในอนาคตด้วย
Q : มองโอกาสและศักยภาพของตลาดบันเทิงไทยอย่างไร
ลุ่ย : ปัจจุบันตลาดบันเทิงจีนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมผู้ชมจีนที่ต้องการคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ ขณะที่ตลาดบันเทิงไทยมีศักยภาพที่ดี เพราะมีนักแสดงที่มีความสามารถ อีกทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มีแนวคิด มีไอเดียที่ดี ด้วยศักยภาพเหล่านี้ทำให้มองโอกาสในการเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจบันเทิงทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อต่อยอดธุรกิจและสร้างผลงานบันเทิง ก่อนหน้านี้กลุ่มแฮนด์ซั่ม อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ได้เข้ามาตั้งบริษัทในไทยในชื่อของ บริษัท แฮนด์ซั่ม (ไทยแลนด์) จำกัด ทำหน้าที่นายหน้าจัดหานักแสดง ออกแบบสื่อโฆษณา ให้คำปรึกษา วางแผนการตลาด ซึ่งมีนักแสดงในสังกัด เช่น บี้-เคพีเอ็น พุฒ พุฒชัย สน-ยุกต์ ไมค์-พิรัช เป็นต้น
Q : เป้าหมายของ จีเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์
หว่อง : จากโอกาสที่เกิดขึ้น ได้ร่วมกันตั้งบริษัท จีเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด เพื่อลงทุนผลิตคอนเทนต์ไทยในทุก ๆ รูปแบบ ทั้งภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ โจทย์หลัก คือ ผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน ซึ่งไทยมีจุดเด่นด้านนักแสดง การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ส่วนจีนมีความพร้อมด้านการลงทุน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ตลาดบันเทิงไทยเติบโตขึ้น พร้อม ๆ กับการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดจีนด้วย
ลุ่ย : ขณะเดียวกัน ก็มองหาโลคอลพาร์ตเนอร์ในไทยด้วย เพื่อหาไอเดียในการผลิตคอนเทนต์ร่วมกัน ที่ผ่านมาก็มีการเจรจาร่วมกับผู้ผลิตคอนเทนต์และสถานีทีวี เช่น แกรมมี่ ช่อง 3 บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด เป็นต้น
Q : วางทิศทางของ จีเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไว้อย่างไร
หว่อง : แต่ละปีจะลงทุนผลิตคอนเทนต์ในไทยไม่ต่ำกว่า 4-5 เรื่อง ปีนี้เตรียมจะผลิต 5 เรื่อง หนึ่งในนั้น คือ ภาพยนตร์ อยู่ระหว่างดำเนินการ ล่าสุดได้นำละครเรื่องแรก “บังเอิญรัก” ออกอากาศช่องเอ็มคอท 30 เอชดี ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยใช้นักแสดงไทยทั้งหมด และในอนาคตมีแผนจะนำคอนเทนต์ที่ผลิตในไทยไปออกอากาศต่อที่จีน ไต้หวัน ฮ่องกง แต่อาจจะต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เนื่องจากแต่ละประเทศก็มีข้อกำหนดด้านเนื้อหาที่แตกต่างกัน
Q : รายได้หลักของผู้ผลิตคอนเทนต์ในไทยมาจากโฆษณา แต่ปัจจุบันเม็ดเงินโฆษณาก็ลดลง สถานการณ์ของช่องทีวีก็ไม่ดี ทำไมจึงเริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตคอนเทนต์ เพื่อออกอากาศในไทย
หว่อง : แม้สถานการณ์ต่าง ๆ ในไทยจะไม่ดี เม็ดเงินโฆษณาไม่โต กระทบต่อรายได้ของช่องทีวีปัจจุบัน แต่เชื่อว่าเป็นโอกาสสำหรับบริษัท เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของนักแสดง และความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิตไทยที่ดี เพื่อสร้างผลงานออกสู่ตลาดและพร้อมต่อยอดสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในจีน ฮ่องกง ไต้หวัน ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมีความแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะนำคอนเทนต์ไปสร้างรายได้ต่อ
ลุ่ย : โมเดลการสร้างรายได้ของผู้ผลิตคอนเทนต์ไทยกับจีนแตกต่างกัน โดยรายได้หลักของผู้ผลิตคอนเทนต์ในจีนมาจาก 4 ช่องทาง ได้แก่ ขายลิขสิทธิ์ให้ช่องทีวี การขายลิขสิทธิ์ให้แก่ช่องทางออนไลน์ จัดอีเวนต์ และโฆษณา จึงมีแผนจะนำโมเดลการหารายได้จากจีนมาใช้ในไทยด้วย เพื่อบาลานซ์ความเสี่ยงจากแค่การหารายได้จากโฆษณาเท่านั้น ทำให้เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตได้อย่างแน่นอน
Q : กระแสความนิยมของคอนเทนต์ไทยในตลาดจีน เป็นอย่างไรบ้าง
หว่อง : ผู้ชมจีนให้การตอบรับที่ดีสำหรับคอนเทนต์ไทย ทั้งละคร ซิตคอม ล่าสุดภาพยนตร์เรื่อง ฉลาดเกมโกง ที่ได้รับความนิยมในตลาดจีนมาก แม้คนจีนไม่ได้รู้จักนักแสดงเรื่องนี้ แต่ด้วยเนื้อหาของภาพยนตร์ที่แปลกใหม่ ทำให้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
ลุ่ย : ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์จีนเป็นตลาดที่เปิดกว้างขึ้น และกำลังขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตทีวี และเคเบิลทีวี ที่ถือเป็นช่องทางหลัก มีความต้องการคอนเทนต์ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะคอนเทนต์ของผู้ผลิตไทย ที่เป็นรองเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลี เท่านั้น และคอนเทนต์ที่ตลาดจีนชื่นชอบ หลัก ๆ เป็นละคร และนักแสดงไทยก็เป็นที่ยอมรับและชื่นชอบจากผู้ชมจีน และคอนเทนต์ของไทยนั้นมีความโดดเด่นทั้งคุณภาพการผลิต บทประพันธ์ ฝีมือการแสดง จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของละครและนักแสดงไทยที่จะเข้าสู่ตลาดจีนอีกด้วย