เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ผันผวน จับตาการเคลื่อนไหวราคาทองคำ และค่าเงินเยน

06 ส.ค. 2567 | 18:36น.
ธนบัตร U.S.dollar banknotes

ดอลลาร์ผันผวน จากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ จับตาการเคลื่อนไหวราคาทองคำ และค่าเงินเยน ขณะที่นักลงทุนคาดเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในการประชุมที่เหลือในปีนี้ 

วันที่ 6 สิงหาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 35.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (6/8) ที่ระดับ 35.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวเทียบเงินสกุลหลักเช้านี้ หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 102.85 โดยก่อนหน้า ดอลลาร์ร่วงลงจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีก่อนที่จะฟื้นตัวเช้าวันนี้ จากแรงซื้อกลับทำกำไรระยะสั้นและอานิสงส์จากการปรับตัวผันผวนขึ้นลงของเงินเยน

ในด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 55.0 ในเดือน ก.ค. จากระดับ 55.3 ในเดือน มิ.ย. โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน แม้ว่าความเชื่อมั่นในในภาคธุรกิจแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ทั้งนี้ดัชนี PMI ยังคงสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวในภาคบริการของสหรัฐ

ด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.4 ในเดือน ก.ค. โดยฟื้นตัวขึ้นจากระดับ 48.8 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี และสูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 51.0 โดยได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ทั้งนี้ดัชนีปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้การขยายตัวของภาคบริการ หลังจากอยู่ในภาวะหดตัวในเดือน มิ.ย. เมื่อวันศุกร์

อย่างไรก็ดี ปัจจัยการคาดการณ์แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ยังคงเป็นปรเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการซื้อขายในตลาดช่วงนี้ ซึ่งนักลงทุนเทน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในการประชุมที่เหลือในปีนี้ หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนแอเมื่อวันศุกร์ (2/8)

โดยคาดว่าจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.50% จำนวน 2 ครั้ง และ 0.25% จำนวน 1 ครั้ง รวมเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1.25% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดแตะระดับ 4.00-4.25% ในช่วงสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 5.25-5.50%

นอกจากนี้ นายออสแตน กูลสบี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวว่า เฟดควรมีมาตรการตอบรับต่อสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความอ่อนแอในเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยไม่ควรที่จะเข้มงวดเกินไปในขณะนี้

สำหรับปัจจัยในประเทศ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือน ก.ค. 67 อยู่ที่ 57.7 ลดลงจาก 58.9 ในเดือน มิ.ย. 67 โดยปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.ย. 66 เป็นต้นมา

เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มกลับมากังวลว่าการเมืองไทยเริ่มขาดเสถียรภาพเกี่ยวกับการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะตัดสินเรื่องการยุบพรรคก้าวไกลและความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีอย่างไร ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต และกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัวและฟื้นตัวช้า เพราะยังไม่เห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน

ประกอบกับราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน และผู้บริโภคยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อบานปลาย อาจเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันของการฟื้นตัวล่าช้าของเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.37-35.51 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.49/50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวของเปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/8) ที่ระดับ 1.0961/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 1.0948/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ ไร้ปัจจัยสนับสนุนใหม่ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0908-1.0963 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0913/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวปิดตลาดเช้าวันนี้ (6/8) ที่ระดับ 145.07/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (5/8) ที่ระดับ 142.19/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวานนี้ (5/8) การเปิดเผยรายงานประชุม BOJ เดือน มิ.ย.ชี้กรรมการบางส่วนกังวลเยนอ่อน กระทบความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยชี้ว่าส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และเพิ่มความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้ออาจสูงเกินเป้าหมายที่ธนาคารกลางกำหนดไว้

รายงานการประชุมระบุว่า “กรรมการเห็นพ้องกันว่า การอ่อนค่าลงของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และ BOJ ต้องให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิดในการกำหนดนโยบายการเงิน ” โดยกรรมการบางท่านในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของ BOJ ทั้ง 9 ท่านกล่าวว่า BOJ ต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงเกินเป้าหมายในอนาคต

ซึ่งการหารือดังกล่าวตอกย้ำว่า การอ่อนค่าของเงินเยนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในการประชุม BOJ เดือน มิ.ย. และนำไปสู่การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. แม้ว่า BOJ จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมเดือน มิ.ย. แต่การประชุมเดือน ก.ค. BOJ ได้ตัดสินใจวางแนวทางการทยอยลดวงเงินซื้อพันธบัตรลงในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.63-146.36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.75/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือน มิ.ย., ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน เยอรมนีและอียูเดือน มิ.ย., ยอดนำเข้า-ส่งออก และดุลการค้าสหรัฐ เดือน มิ.ย. (6/8), ยอดนำเข้า-ส่งออกและดุลการค้าเยอรมนีเดือน มิ.ย.,

ดัชนีราคาบ้านเดือน ก.ค.จากฮาลิแฟกซ์ของอังกฤษ (7/8), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน มิ.ย.ญี่ปุ่น, ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือน ก.ค. ออสเตรเลีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (8/8), อัตราว่างงานไตรมาส 2/2567 ของฝรั่งเศส และอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. (9/8)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.1/-9.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -13.4/-12.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ